เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดกิจกรรมพบ 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 และ 3 ตามลำดับ “ทำอย่างไรให้คนไทยหายจน” เปิดตัวนโยบายพรรค โดยนายกรณ์ ดร.การดี ได้กล่าวโดยสรุป ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง เมื่อเทียบกับสมัยนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ ทั้งจีดีพีของประเทศ ความสามารถในการแข่งขัน ตลาดหุ้น ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาการศึกษาแย่ลงทุกด้าน คนไทยจนลง หนี้ครัวเรือนสูง บทบาทในเวทีโลกลดลง ฯลฯ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราสามารถหลุดพ้นจากสภาพเดิม และสามารถเผชิญความท้าทายทั้งหลายได้ โดยทำให้คนไทยหายจน ซึ่งข้อแรกบ้านเมืองสุจริต เพราะการทุจริตทำลาย เศรษฐกิจไทยและสังคมไทย ทำให้คนติดต่อราชการ หรือพยายามทำมาหากินใช้ชีวิตเผชิญกับกฎระเบียบเยอะ วุ่นวายไปหมด เพราะอยู่ในสังคมที่ไว้ใจใครไม่ได้ เพราะการทุจริตมันแพร่กระจาย ดังนั้นเป้าหมายสำคัญข้อแรกสำหรับทำให้ไทยหายจน บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจก็ต้องดี และทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับ ผลักดันบทบาทของผู้นำในภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาทั้งในประเทศและปัญหาภายนอกที่เชื่อมโยง เพราะสแกมเมอร์ หลอกลวง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ล้วนเป็นปัญหาข้ามพรหมแดนทั้งสิ้น

“ที่ทุกวันนี้ประเทศไทยและเพื่อนบ้านถูกกดดันเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ สหรัฐกับจีน ทำให้ประเทศไทยขยับอะไรได้น้อยมาก วันนี้ประเทศไทยจะหายจนต้องคิดเลยพรมแดน ประเทศไทยต้องพร้อมที่จะไปยืนในผู้นำภูมิภาคอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นประธานอาเซียนที่กำลังเวียนมาถึงประเทศไทยในประมาณ 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้ภูมิภาคนี้สามารถรวมตัวกัน และมีอำนาจในการต่อรอง ไม่ใช่ถูกบีบจากมหาอำนาจ และไม่ใช่ทำให้เราไม่มีอำนาจต่อรองกับรัฐ หรือมหาอำนาจ แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่บริษัทข้ามชาติโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ทุกวันนี้หากินกับคนในอาเซียน แต่ด้วยการที่เราไม่รวมตัว การขาดผู้นำที่จะไปต่อรองคนในภูมิภาคนี้ กลับได้ประโยชน์น้อย ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีไม่ได้ ดังนั้นบ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดี มีความยุติธรรม เป็นผู้นำในภูมิภาค คือตัวที่จะมาเป็นคำตอบว่าเราจะหายจนได้อย่างไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐที่คนไทย และธุรกิจไทยต้องการคือ ต้องการรัฐที่เป็นผู้ผลักดัน ซึ่งจะต้องทำ 3 อย่าง 1.ชี้ทาง ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ที่ภาครัฐมี เพื่อส่งสัญญาณที่ชัดเจนมีนโยบายโปร่งใส รู้ว่ากำลังขับเคลื่อนประเทศไปทางไหน และคนไทย รัฐไทยจะไปแสวงหาโอกาสอะไรอย่างไรได้บ้าง 2.เปิดทาง ด้วยการทูตเชิงรุกและการเจรจาการค้าที่โปร่งใส รวมถึงเปิดทางจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ใช้ของที่ผลิตในประเทศไทยก่อน Made in Thailand first และ 3.ไม่ขวางทาง ด้วยกฎระเบียบที่ยุ่งวุ่นวาย จัดทำกฎหมายแม่บทที่จะมาเปิดโอกาสให้เราไม่ต้องมานั่งแก้กฎหมายทีละฉบับหรือพยายามแก้แต่ยังติดขัดกฎหมายเก่า เพราะมีงานเก่า และไม่สละความรับผิดชอบตนเอง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากพวกตน 3 คน มีโอกาสเข้าไปทำงานแล้ว ภายในสี่ปีอย่างน้อยๆ ต้องทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต 5% ความสามารถขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศต้องกลับไปอยู่ในอันดับที่ดี หนี้ครัวเรือนลดลง ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสหรือการคอร์รัปชันก็ต้องกลับไปดีขึ้นเหมือนที่เราเคยทำ อำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์ต้องพุ่งทะยานได้ และตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น ความสามารถของลูกหลานเพิ่มขึ้น

“เราจะทำนโยบาย 27 เรื่อง เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยปี 2569 รอการสนับสนุนจากคนไทย อยู่ผมให้ความมั่นใจว่าเรา 3 คนวันนี้อาสาตัวเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ อาสาตัวเป็นรัฐมนตรี ที่ต้องเป็น 3 คนนี้ ส่วนหนึ่งคือมีความหลากหลาย แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ เราคือทีมเดียวกัน เราไปที่เบสทั้ง 3 คน คนไหนตอบก็เหมือนอีกคนหนึ่งตอบ เพราะเราคิด เราทำด้วยกันมามากมาย ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นทีมเดียวกัน และทุกคนสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ นั่นหมายความว่าเจตจำนง หรือเจตนารมณ์ทางการเมืองในการผลักดันทุกเรื่องเป็นสิ่งที่ผูกมัดพวกเราในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มีการพูดนโยบายเยอะแยะ บางคนสำทับว่าไม่ใช่แค่พูดนะ พูดแล้วทำ ซึ่งมันไม่พอ เพราะต้องคิดก่อนพูดด้วย แล้วพูดแล้วต้องทำเป็นซึ่งพวกเราทำเป็น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว และว่า ปีใหม่นี้ขออวยพรให้คนไทยหายจน
สำหรับกรอบนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ภายใต้ 4 เสาหลัก 27 นโยบาย คือ เสาที่ 1 “หายจนรายได้” เน้นยกระดับรายได้เกษตรกรและแรงงาน ด้วยการประกันรายได้พืชผลสำคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กลไก “รัฐช่วยจ่ายส่วนต่าง” ให้แรงงานตามค่าครองชีพรายจังหวัด ลดค่าไฟโดยไม่ใช้งบภาษี สนับสนุนพลังงานสะอาด ผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน เพิ่มรายได้รัฐจากค่าผ่านทางสายส่งไฟฟ้า รวมถึงมาตรการลดภาษีเงินได้ 40,000 บาทแรก และกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้า-รถเมล์ สูงสุด 30 บาทต่อเที่ยว
เสาที่ 2 “หายจนใจ” มุ่งเสริมหลักประกันชีวิตทุกช่วงวัย ตั้งแต่เงินอุดหนุนแม่และเด็กเดือนละ 5,000 บาทในปีแรก การออมให้เด็กไทยตั้งแต่แรกเกิด เบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า 1,000 บาทต่อเดือน โครงการปรับปรุงบ้านผู้สูงวัย บ้านละ 50,000 บาท การแปลงบ้านเป็นเงินเลี้ยงชีพอยู่ได้ตลอดชีวิต การเร่งรัดบริการทำฟันผู้สูงอายุ และการเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็นสองเท่า
เสาที่ 3 “หายจนปัญญา” ปรับระบบการศึกษาเป็นแบบยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบการเรียนรู้เอง ผ่านธนาคารหน่วยกิตและแพลตฟอร์มดิจิทัล สนับสนุนคูปองการศึกษา 3,000 บาทต่อปี แก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงในโรงเรียนขนาดเล็ก จัดหางานเพื่อชำระหนี้ กยศ. และยกระดับทักษะภาษา-ดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์ม Learn to Earn และ National Digital Learning Platform
เสาที่ 4 “หายจนตรอก” เน้นปฏิรูประบบรัฐด้วยดิจิทัล One-ID และ Citizen Wallet เปิดข้อมูลรัฐ (Open Data) ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย AI ให้โอกาสสินค้าไทยและ SMEs ตัดกฎหมายล้าสมัยด้วย Super Act ยกระดับการรับมือภัยพิบัติ ระบบเตือนภัยเดียวถึงหลายหน่วย เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 ปราบยาเสพติดครบวงจร และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มอเตอร์เวย์สี่ทิศ รถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยสู่ภูมิภาค
สำหรับนโยบาย 27 ข้อที่จะนำไปสู้การทำให้ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ประกอบด้วย 1.ประกันรายได้จ่ายทันที 2.ประกันรายได้ แรงงาน 3.ลดค่าไฟ ไม่ใช้เงินภาษี 4.ประเทศไทย ศูนย์กลางพลังงานสะอาดแห่งเอเชีย 5.พัฒนาตำรา ปลูกป่าได้เงินเดือน 6.เงินได้ 40,000 บาทแรกไม่เสียภาษี 7.รถไฟฟ้า+รถเมล์ จ่ายสูงสุด 30 บาท 8.สลากออมทรัพย์รายจังหวัด “โชคดี ทั่วกัน” 9.โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย 10.เบี้ยคนชราถ้วนหน้า 1000
11.50,000 บาท บ้านผู้สูงวัยปลอดภัย 12.แปลงบ้านผู้สูงวัย เป็นเงินเลี้ยงชีพ อยู่ฟรีตลอดชีวิต 13.ทำฟันผู้วัย Fasttrack 14.เบี้ยคนพิการ x2และ 15.บุพเฟ่ต์การศึกษา เรียนสิ่งที่อยากเรียน 16.เรียนฟรี ต้องฟรีจริง 17.หางานให้ ใช้หนี้ กยศ. 18.English for All / แพลตฟอร์ม Learn to Earn NDLP 19.ราชการในมือถือ digital government 20.Open Data ข้อมูลภาครัฐ 21.จัดซื้อจัดจ้างให้โอกาส SMEs ไทย Made in Thailand First 22.ตัดตอนทุนผูกขาด สลายด้วย Super Act 23.บทเรียนชาติใหม่ ประเทศไทยพร้อมเผชิญกับพิบัติ 24.แก้ปัญหา PM 2.5 เร่งกฎหมาย 3 ฉบับ เฝ้าระวังเข้มงวด ใช้มาตรการจูงใจ และลงโทษ 25.บำบัด ปราบ ป้องกัน ยาเสพติด/สแกมเมอร์ 26.ทหารอาสา 4 ปี เรียนฟรีอนุปริญญาขึ้นไป ปลดประจำการมีงานให้ 27.มอเตอร์เวย์ ลิฟต์ / รถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยเชื่อมโลก



