เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 11.30 น. ที่มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้ร่วมการประชุม 3 ฝ่าย กับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งกัมพูชา และนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรมว.ต่างประเทศจีน เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ภายหลังข้อตกลงหยุดยิง
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยและกัมพูชาขอบคุณจีนสำหรับบทบาทและความเข้าใจในการช่วยสนับสนุนการแก้ไขความตึงเครียดระหว่างกันเสมอมา ขณะที่จีนย้ำว่าเคารพหลักการไม่แทรกแซง แต่ประสงค์เป็นช่องทางให้ทั้ง 2 ประเทศได้หารือกันในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยย้ำว่าประสงค์จะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ก้าวหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอนภายหลังการหยุดยิง โดยไทยเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพเสมอมา และต้องการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐบาลและประชาชนทั้งสองฝ่าย

ต่อมา นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์หลังการหารือ ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นไปด้วยดี และสำหรับฝ่ายไทยถือว่าบรรลุผลกว่าที่เราคาดหวัง ขณะที่บทบาทของฝ่ายจีนไม่ได้เข้ามาแทรกแซง แต่มาอำนวยความสะดวกให้ทั้ง 2 ประเทศได้มาเจอกัน อย่างไรก็ตาม เราได้ยืนยันแล้วว่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องแก้ไขให้ได้ ตนคิดว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ คือการมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ซึ่งเราต้องการให้การหยุดยิงนั้นมีความยั่งยืน ทำตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ ไม่ควรชิงความได้เปรียบต่างๆ ไม่มีการยั่วยุ เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน รวมทั้งประเด็นที่เราให้ความสำคัญ คือการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ถ้าเราสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิ่งเพื่อให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน เราก็จะมาคุยกันเพื่อจะเดินหน้าต่อไปในเรื่องของความสัมพันธ์อย่างไร ซึ่งต้องเป็นไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ขณะนี้ประเด็นสำคัญที่สุดและเราย้ำ คือความจริงใจที่มีต่อกัน ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยการหยุดยิงที่ยั่งยืน จากนั้นเราต้องดำเนินการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ตามชายแดน มีการพูดคุยกันโดยตรงถ้าเกิดมีเหตุการณ์อะไรที่จะนำไปสู่ความรุนแรง การเก็บกู้ทุ่นระเบิดอะไรต่างๆ
“เราต้องนำความปลอดภัยและความมั่นคงไปสู่ชายแดน ให้ประชาชนของทั้ง 2 ฝั่งได้ใช้ชีวิตตามปกติ จากนั้นเราคงต้องมานั่งดูกันว่าก้าวต่อไปจะเป็นอะไร จากการหยุดยิงขั้นต่อไป คือทั้ง 2 ฝ่ายลดการเผชิญหน้า ลดกำลังทหาร ลดอาวุธหนัก ถอนอาวุธหนัก และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดก็เป็นอีกขั้นที่เราต้องทำตามที่เราเคยตกลงกันไว้แล้ว เรื่องการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนการสแกมทั้งหลาย” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายมาดูการทำงานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา ซึ่งเรื่องปักปันเขตแดนก็ใช้เวลา แต่เราต้องเดินหน้าในสิ่งเหล่านี้ จากนั้นจึงมาคุยกันว่าเราจะปรับความสัมพันธ์อย่างไร ถ้าจากการหยุดยิง 72 ชั่วโมงแล้วไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะเริ่มกระบวนการมอบทหารกัมพูชา 18 คนให้กัมพูชา ซึ่งมีคณะกรรมการกาชาดสากล (ไอซีอาร์ซี) เป็นสักขีพยานด้วย เพื่อให้รับรองว่าระหว่างที่ทหารกัมพูชาอยู่ในการดูแลของฝ่ายไทย พวกเขาได้รับการปฏิบัติอย่างดี จากนั้นขอให้กัมพูชาพิจารณาเรื่องการอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่ติดค้างอยู่ในปอยเปต ได้เดินทางกลับมายังฝั่งไทยอย่างปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงอะไรหรือไม่กับการพูดคุยในการดำเนินการขั้นต่อไป นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขั้นต่อไปเราก็ต้องพูดคุยกัน บางอย่างไม่ควรจะเร่ง เราต้องเดินหน้าด้วยความพร้อม สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงจะเดินหน้าด้วยความมั่นใจ ถ้าการหยุดยิงมีความยั่งยืน ไม่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ แล้ว พยายามลดการเผชิญหน้าบริเวณชายแดน ถอนอาวุธหนัก ทำเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทำเรื่องการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งออนไลน์สแกม ตรงไหนที่เราเดินหน้าต่อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจบีซี เราก็จะเดินหน้า จากนั้นเราจะพูดคุยกันเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ว่าทำอย่างไรที่ทั้ง 2 ประเทศจะสามารถติดต่อกันในระดับที่เป็นทางการอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น คงต้องดูกันต่อไป การประชุมเจบีซีคงเกิดขึ้นในไม่ช้า แต่เนื่องจากเป็นภารกิจทางเทคนิค จะกำหนดกรอบเวลาว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ เราจึงไม่ทราบ ต้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยกัน

เมื่อถามว่าบรรยากาศในการพูดคุยกับกัมพูชา มีอะไรเป็นข้อกังวลหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราเห็นตรงกันว่าเรื่องพวกนี้ต้องใช้เวลา ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราจะก้าวกระโดดจากความขัดแย้งไปสู่ความสัมพันธ์ที่เหมือนเดิมได้ทันที แต่เราต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ตกลงกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ มีความจริงใจต่อกัน ขั้นต่อไปคงจะไปโดยพลวัตร สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดด่านนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ได้คุยกัน มันเป็นอีกก้าวหนึ่ง ต้องเอาตรงนี้ให้มันเรียบร้อยและยั่งยืน จะเป็นก้าวที่ไปสู่ก้าวต่อไป
“ในการพูดคุยกัน จีนไม่ได้บอกว่าต้องคุยหรือตกลงอย่างนี้ จีนอยากแสดงบทบาทในฐานะที่เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง 2 ประเทศ เขาไม่ได้เข้ามาแทรกแซง และเราก็บอกเขาว่าเราต้องไปในจังหวะของเรา จีนพยายามจะเข้าใจท่าทีของแต่ละฝ่าย เขาเน้นมากๆ เลยว่าเขาไม่ได้เข้ามาเพื่อจะชี้นำว่าเราต้องทำอะไร เพราะถ้าเราตกลงกันด้วยการชี้นำของประเทศที่สาม มันคงจะไม่ยั่งยืนและไม่เกิดประโยชน์ เราต้องคุยกันโดยตรง ก็เป็นสิ่งที่ดี ผมมีโอกาสได้คุยกับรมว.ต่างประเทศกัมพูชาอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นก็มาคุยกัน 3 ฝ่าย หลังจากนี้จะมีแถลงข่าวร่วม ซึ่งเป็นการสรุปผลของการประชุมและเป็นแนวทางที่เราจะเดินหน้าต่อไป เพราะเราอยากให้สิ่งที่เราพูดเราแถลงตรงกัน เราจะได้เดินหน้ากัน ไม่ใช่แต่ละคนเอามาแถลงเพื่อสร้างความได้เปรียบของแต่ละฝ่าย เรื่องที่คุยทั้ง 2 ฝ่าย และ 3 ฝ่ายจะอยู่ในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว” นายสีหศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงแถลงการณ์ร่วมที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยาน หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราพูดคุยก็อยู่ในแถลงการณ์ร่วมนั้น เราหยุดยิงเพื่อทำเรื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิด ก้าวต่อไป คือการปราบปรามสแกมเมอร์ และลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน ซึ่งอยู่ในแถลงการณ์ร่วมนั้นทั้งหมด
“เรื่องไทย-กัมพูชา แม้ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาพยายามใช้แรงกดดันจากประชาคมโลก แต่จุดยืนของเราคือเป็นเรื่องสองฝ่าย ในที่สุดก็คุยกันสองฝ่ายเรื่องการหยุดยิง ต่อไปนี้ก็เป็นสิ่งที่เราพูดกันสองฝ่าย เห็นว่าเรื่องของไทย-กัมพูชาขณะนี้ มาถูกทางแล้ว แต่มีประเด็นที่เราจะต้องพูดคุยกัน เราก็ต้องทำต่อไป จีบีซีก็จะประชุมกัน หรือผมจะคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศเขาว่าเราจะรื้อฟื้นกันอย่างไรต่อไป แต่ทุกอย่างมีจังหวะเวลาของมัน” นายสีหศักดิ์ กล่าว



