วันที่ 29 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผลการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (GBC) มีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 27 ธ.ค. 68 จังหวัดสุรินทร์ได้ประกาศให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับบ้านได้ทันที ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันเมื่อวานที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนที่อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ต่างทยอยกลับบ้านเป็นจำนวนมาก แม้ว่าบางส่วนยังไม่กลับ เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์และไม่เชื่อใจกัมพูชา

โดยเฉพาะที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พบว่าพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนเริ่มกลับมาเปิดร้านเป็นวันแรก แม้จะยังไม่มั่นใจและไม่แน่ใจว่ากัมพูชาจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงจริงหรือไม่ แต่ต่างก็จำเป็นต้องหารายได้ไปจุนเจือครอบครัว หลังอพยพมาเป็นเวลากว่า 20 วัน

ความกังวลดังกล่าวยิ่งทวีขึ้น หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบระเบิดขาขาดเป็นรายที่ 11 ที่ชายแดนสัตตะโสม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้ประชาชนหวั่นวิตกว่าความรุนแรงอาจปะทุขึ้นอีก

นางดวงรัตน์ สุปูนทน แม่ค้าสินค้าทั่วไปในตลาดชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนกลับมาเปิดร้านวันแรก แม้จะยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย แต่จำเป็นต้องค้าขาย เพราะไม่มีรายได้มาเป็นเวลาหลายวัน “อยากให้การหยุดยิงเป็นจริง ถึงแม้จะยังไม่ได้เปิดด่าน ขอให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ชาวบ้านชายแดนทำมาหากินได้ คนไทยยังขายให้กันเองได้ เราก็อยู่ได้ ขอให้ทหารปลอดภัย ขอให้พระสยามเทวาธิราช ปกปักรักษาทหารทุกหน่วย ทุกเหล่าทัพให้รอดปลอดภัย ขอบคุณทหารที่ปกป้องแผ่นดินไทยให้เราได้อยู่ และขอสดุดีทหารที่สละชีพเพื่อชาติ ขอให้ทหารที่เหยียบระเบิดปลอดภัย และขอให้รัฐบาลจัดการเด็ดขาด เจ็บแต่จบ คนชายแดนก็พร้อมหลีกทางให้ทหารปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง”

ขณะที่ประชาชนยังคงทยอยนำน้ำดื่มและสิ่งของมามอบให้ทหารชายแดนช่องจอมที่จุดรับบริจาคริมทางหน้าตลาด เพื่อส่งต่อไปยังทหารในพื้นที่ต่อไป