พรรคการเมืองแข่งขันเดือดเรื่องนโยบายปากท้อง “มาร์ค” ชูไทยหายจน ประกันรายได้เกษตรกร แรงงาน ลดค่าไฟ เพิ่มเบี้ยคนพิการ คนชรา สลากออมทรัพย์รายจังหวัด ดันจีดีพีโต 5% เพื่อไทยโชว์แก้หนี้เสียเกินสองแสน ตัดเหลือจ่าย 10% พักหนี้เกษตรทั้งต้นทั้งดอก 3 ปี รัฐปล่อยสินเชื่อ 50,000 ปิดหนี้นอกระบบ “เชน” โต้บทวิเคราะห์เพื่อไทยพรรคลำดับ 3 แค่ตัวแปร จวกไม่ถูกต้อง วิเคราะห์โดยไม่ฟังเสียงประชาชน มั่นใจด้วยพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนสู้รบจะให้โอกาส
สื่อมวลชนรัฐสภาให้ฉายาสภารังหนอนสีเทาแก่สภาผู้แทนราษฎร เปรียบ สส. หลายคนถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรม และหน้าที่ที่มีแต่เน้นหาประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง แถมมีงูเห่ารุ่นใหม่ไม่เปิดเผยตัว แต่แฝงเป็นหนอนบ่อนไส้ในแต่ละพรรค นักการเมืองไม่สะอาดแท้จริง วุฒิสภาได้รับฉายา “รังของหนู” เปรียบเป็นคนของผู้มีอำนาจ อยู่ใต้พรรค-รังเดียวกัน

ภายหลังจับเบอร์ผู้สมัคร บรรยากาศหาเสียงเลือกตั้ง สส. เข้มข้นขึ้น ที่พรรคเพื่อไทย “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นพรรคอันดับ 3 เป็นพรรคตัวแปร ว่า “การมองแบบนี้เป็นการมองที่ไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งสำคัญขณะนี้ประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจ เป็นการวิเคราะห์ที่ไม่ฟังเสียงประชาชนแม้แต่นิดเดียว คิดว่าเรื่องนี้ต้องเปลี่ยนแปลง”
ดร.เชนกล่าวถึงจังหวัดที่ประสบปัญหาสู้รบบริเวณชายแดน ที่อาจทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียเปรียบ ว่า “ถ้าเรามีความจริงใจในพื้นที่ตลอดเวลา และไม่มีความบกพร่องในเรื่องนี้ มั่นใจว่าประชาชนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย”
“ออฟ” เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า แพ็กเกจล้างหนี้ของพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายครั้งเดียวจบ นโยบาย อาทิ 1. ล้างหนี้ประชาชน กรณีหนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ยอดต่ำกว่า 200,000 บาท ทั้งสถาบันการเงินเอกชนและรัฐ ให้จ่าย 10% ปิดจบ ล้างหนี้ 2. ล้างหนี้วัยเกษียณ กรณีหนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ของผู้มีอายุเกิน 60 ปี ยอดต่ำกว่า 100,000 บาท ในสถาบันการเงินรัฐ ไม่ต้องจ่าย ปิดจบ ล้างหนี้

3. พักหนี้เกษตรกร กรณีพักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ระหว่างพัก รัฐจ่ายดอกเบี้ยแทน ช่วยเกษตรกรได้ราว 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้กว่า 500,000 ล้านบาท 4. ล้างหนี้นอกระบบ กรณีสถาบันการเงินรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ 2 ล้านบัญชี และ 5. ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด กรณียอดหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ในสถาบันการเงินรัฐ เป็นเงินรางวัลแก่ผู้ผ่อนดี สนับสนุนวินัยทางการเงิน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดกิจกรรม พบ 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกอบด้วย “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช และ “ดร.อ้อ” การดี เลียวไพโรจน์ พร้อมแถลงนโยบาย “ทำอย่างไรให้คนไทยหายจน” เปิดตัวนโยบายพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “หากพวกผม 3 คน มีโอกาสเข้าไปทำงานแล้ว ภายใน 4 ปี อย่างน้อย ๆ ต้องทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต 5% เราจะทำนโยบาย 27 เรื่อง เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยปี 2569 วันนี้มีการพูดนโยบายเยอะแยะ บางคนบอกว่าพูดแล้วทำ ซึ่งมันไม่พอ เพราะต้องคิดก่อนพูดด้วย แล้วพูดแล้วต้องทำ ซึ่งพวกเราทำเป็น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว และว่า ปีใหม่นี้ขออวยพรให้คนไทยหายจน
สำหรับกรอบนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ภายใต้ 4 เสาหลัก 27 นโยบาย คือ เสาที่ 1 “หายจนรายได้” เสาที่ 2 “หายจนใจ” เสาที่ 3 “หายจนปัญญา” เสาที่ 4 “หายจนตรอก”

นโยบาย 27 ข้อที่จะนำไปสู่การทำให้ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” อาทิ เรื่องรับประกันรายได้เกษตรกร ประกันรายได้แรงงาน ลดค่าไฟ พัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาด รถไฟฟ้า + รถเมล์ จ่ายสูงสุด 30 บาท สลากออมทรัพย์รายจังหวัด “โชคดีทั่วกัน” ช่วยเหลือแม่ตั้งครรภ์ เบี้ยคนชราหนึ่งหมื่นบาท มีบ้านผู้สูงวัยปลอดภัย เพิ่มเบี้ยคนพิการ และมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา การแก้ปัญหาต้นทุนผูกขาด
จากกระแสในโลกโซเชียลมีเดียที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายคุกกลางทะเลของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปรียบเทียบว่าเหมือนจะเนรมิตคุกอัซคาบันจากภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์มาไว้ในเมืองไทยนั้น “รองเอ๋” อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ชี้แจงว่า ทางพรรคมีแผนที่จะนำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยที่หมดสัญญาสัมปทานและถูกทิ้งร้าง มาปรับปรุงเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง
ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาร่วมกันตั้ง “ฉายาสภา” เป็นธรรมเนียมประจำทุกปี “สภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา “รังหนอนสีเทา” หากเปรียบสภาเป็นร่างกายในปีนี้ ถูกมองว่าถูกกัดกินผลประโยชน์ภายในร่างกายจนเน่าเฟะ สส. หลายคนถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมและการทำหน้าที่ที่ไม่ยึดโยงกับประโยชน์ส่วนรวม แต่กลับมุ่งเน้นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง เหมือนหนอนที่รุมชอนไชอยู่ภายในซากที่รอวันเสื่อมสลาย อีกทั้งที่ผ่านมาเรามักเห็นคำว่า “งูเห่า” เกิดขึ้นในสภา แต่ระยะหลัง สส. งูเห่าไม่กล้าเผยตัว แต่ไปแฝงในพรรคการเมืองต่าง ๆ เปรียบเหมือน “หนอน” ที่แฝงอยู่เพื่อเอื้อประโยชน์ในเชิงนโยบายหรือโครงการต่าง ๆ
ส่วนคำว่า “สีเทา” สะท้อนถึงพฤติกรรมของนักการเมืองที่อยู่ในสภา ไม่มีใครขาวสะอาดอย่างแท้จริง เพราะปรากฏข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับผลประโยชน์ทับซ้อนในระดับที่กฎหมายอาจเอื้อมไม่ถึง

“วุฒิสภา” ได้รับฉายา “รังของหนู” เพราะถูกมองว่าเป็นคนของผู้มีอำนาจ และอยู่ภายใต้พรรคการเมืองหนึ่ง เปรียบเหมือนหนูที่อยู่ในรัง ที่จับกลุ่มกันจนถูกตั้งข้อครหา “พวกมากลากไป” ใช้กลไก “จริยธรรม” เล่นงานเสียงข้างน้อยให้ไม่มีที่ยืน แม้รัฐบาลจะอ้างว่าไม่สามารถสั่ง สว. ชุดนี้ได้ แต่เสียงข้างมากก็ยังไม่มีแตกแถว เดินหน้าโหวตองค์กรอิสระรัว ๆ แม้จะมีข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อนหรือทำเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่งก็ไร้ความสะทกสะท้าน
นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้รับฉายา “หมงล้งบุรีรัมย์” ภาพลักษณ์ดูเหมือนมีความสุขและเชี่ยวชาญบทบาท “เถ้าแก่ล้งผลไม้” มากกว่าการเป็นประมุขสภาสูง ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในปีที่ผ่านมาไม่ใช่การขับเคลื่อนงาน สว. แต่คือการสวมบทบาทเถ้าแก่ล้งผลไม้ พรีเซนต์ “ทุเรียนน้ำแร่” และมังคุดเกรดเอ ระดับพรีเมียม อย่างน้ำไหลไฟดับ จนยอดขายถล่มทลาย แต่พอไมค์จ่อถามประเด็นทางการเมือง นายมงคลมักเกิดอาการ “โรคกลัวดอกพิกุลจะร่วง” ทันที อ้างวลีเด็ด “ประธานต้องเป็นกลาง เขาไม่ให้พูด”
สื่อมวลชนประจำรัฐสภา เห็นควรให้ฉายาดาวดับ 3 คน ได้แก่ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นายอลงกต วรกี สว. และนายเศรณี อนิลบล สว. เนื่องจาก นายมงคลสอดคล้องกับฉายา “หมงล้งบุรีรัมย์” ผลงานเด่นชัดไม่ใช่การทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา นายอลงกต พยายามทำตัวเด่นทั้งดราม่าแกล้งร้องไห้ล้อเลียนเพื่อน สว. และให้สัมภาษณ์สื่อด้วยภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน รวมถึงท่าทางจีบปากจีบคอ ทำให้บุคคลภายนอกมองว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

นายเศรณี ถือเป็นดาวดับอีกคน เพราะพฤติกรรมถูกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ด่ากราดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าอาคารรัฐสภา หลังเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้เปิดกระจกรถเพื่อตรวจสอบ แต่ไม่พอใจ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย เจ้าตัวได้ชี้แจงแล้ว
ผู้สื่อข่าวยังเห็นควรให้ฉายาดาวดับกับ นายธนกร ถาวรชินโชติ สว. เนื่องจากถูกศาล จ.ฉะเชิงเทรา ตัดสินจำคุก 4 ปี คดีลักทรัพย์ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ มูลค่า 1.5 ล้านบาท และกรณีอดีตสาวคนสนิทยื่นสอบจริยธรรมต่อคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ แม้ยังไม่มีการตัดสินขั้นสุดท้าย แต่ในฐานะสมาชิกสภาสูงไม่สมควรเกิดขึ้น
วาทะแห่งปี ได้แก่ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวสนับสนุน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ว่า “วันนี้เราไม่ได้เลือกคุณอนุทินมาบริหารประเทศ เราเลือกคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มายุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้กรอบเวลาที่ตกลงกัน” เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568

เหตุการณ์แห่งปี ได้แก่ 5 ก.ย. 2568 พรรคประชาชนโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ต่อมา 11 ธ.ค. 2568 ระหว่างพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เกี่ยวกับการตัดอำนาจ สว. 1 ใน 3 ในการเห็นชอบ สว. ส่วนใหญ่คัดค้าน หัวหน้าเท้งอภิปรายว่า หากไม่ตัดอำนาจ สว. 1 ใน 3 ออก นายอนุทินก็ควรยุบสภาไปเลย ทำให้นายอนุทินประกาศยุบสภาทันที มีผลวันที่ 12 ธ.ค. 2568
คู่กัดแห่งปี ได้แก่ สว.พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ และ สว.นันทนา นันทวโรภาส แม้เป็น สว. ด้วยกัน แต่ถือว่าอยู่กันคนละขั้ว ในการประชุมวุฒิสภาทั้งคู่มักวิวาทะกันตลอด



