EATELIER แหล่งแฮงค์เอ้าท์ใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ พื้นที่ Dining Entertainment ที่ผสานศิลปะ ดนตรี การออกแบบ และรสชาติอาหารเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ Eat–Drink–Chill ที่เหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็นการสังสรรค์กับแก๊งเพื่อน ดินเนอร์แสนโรแมนติก หรือมื้อชิล ๆ กับคนสนิท ก็ยกระดับค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ ณ สยามพารากอน ชั้น 4 และชั้น 5 รวมถึง 5A ทุกวัน โดยจะมี DJs ที่มาช่วยเพิ่มสีสันให้กับชั้น 5 ทุกวันศุกร์–เสาร์ เวลา 20.00-23.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 19.00-22.00 น.

เราขอแนะนำ 5 ร้านห้ามพลาด!! ณ “EATELIER”

Blue Moon (ชั้น 4)

ที่สุดแห่งประสบการณ์ Eat–Drink–Chill มีคอลเลกชันสปิริตที่ดีที่สุดในไทย ทั้งรุ่นหายาก รุ่นลิมิเต็ด และขวดที่ได้รับรางวัลมากมาย มาเสิร์ฟให้ลิ้มลองแบบเป็นแก้ว และมีค็อกเทลหลากหลายรสชาติ อีกทั้งยังมีคุณเบญญา นันทขว้าง แห่ง White Café ที่นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านอาหารมาถ่ายทอดใหม่ในคอนเซ็ปต์ Tapas Bar ผ่านเมนูหลากหลาย อาทิ “ข้าวผัดปลาทูคั่ว” ที่นำรสชาติคุ้นเคยมาปรับลุคใหม่, “ไส้อั่วรมควันกากมะพร้าว” เพิ่มมิติด้านกลิ่นให้ยวนใจ และ “กระทงทองโฮตาเตะ” ที่ใช้หอยเกรดซาชิมิจากญี่ปุ่นนำมาปรุงอย่างประณีต เพื่อจับคู่และยกระดับประสบการณ์การดื่มอย่างลงตัว เป็นร้านที่เหมาะกับทั้งคู่รัก มาแบบแก๊งเพื่อน หรือมาเป็นครอบครัว

Bubble Bar by Vessel (ชั้น 4)

บาร์แชมเปญและสปาร์กลิงไวน์ที่จะทำให้ทุกการเฉลิมฉลองเปล่งประกาย คัดสรรแชมเปญ สปาร์กลิงไวน์ และเครื่องดื่มมีฟองแนว “บับเบิล” ทั้งแบบดื่มง่าย สดชื่น และแบบพรีเมียม มาให้เลือกฉลองหลากหลายสไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผสมผสานความโมเดิร์น หรูหรา และความสนุกเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะฉลองกับแก๊งเพื่อน ปาร์ตี้เบา ๆ หลังเลิกงาน หรือดินเนอร์โรแมนติกในช่วงเวลาพิเศษ ก็ลงตัวกับทุกโอกาส

Crafture by Hobs (ชั้น 5A)

ร้านคราฟต์ที่นำเสนอความเป็นไทยร่วมสมัย หยิบวัตถุดิบท้องถิ่นและภูมิปัญญาอาหารไทย มานำเสนอผ่านเมนูทานง่ายที่คุ้นเคย เน้นขนาดพอดีคำ เหมาะสำหรับสั่งมานั่งแชร์บนโต๊ะสังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น Roasted Beef Infused Tomato Skewer เมนูเนื้ออบพันมะเขือเทศที่นำไป Infuse กับน้ำผลไม้ไทย และเครื่องเทศไทย เสียบไม้ ซึ่งจะให้รสชาติแตกต่างกันไปในแต่ละคำอย่างมีเสน่ห์ รวมถึงเมนูอาหารอื่นๆ ที่จับคู่ได้อย่างลงตัวกับคราฟต์เบียร์ไทยสดๆ จากแท็ป ที่นำกลิ่นหอมของใบเตย และผลไม้เมืองร้อน มาสร้างสรรค์รสชาติอันแปลกใหม่ แถมมีเบียร์ที่ทำมาเพื่อโซน NEXTOPIA โดยเฉพาะ พร้อมสนับสนุนความยั่งยืนด้วยกระบวนการผลิตที่ยึดมั่นในหลักการ Zero Waste หรือก่อให้เกิดขยะเป็นศูนย์ นับเป็นการกินดื่มที่เท่ห์และมีสไตล์ไม่เหมือนใคร

Fallabella Little Sister Kitchen (ชั้น 5A)

Fallabella ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารอเมริกันและเม็กซิกันออกมาในเวอร์ชันร่วมสมัย เมนูเด่นคือ “บูริโตสูตรพิเศษ” ที่ตีความใหม่อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น Black Pepper Beef Burrito ที่ใช้ข้าวผัดพริกไทยดำหอมกระทะ ผสานชีสสองชนิดกับเนื้อวัวตุ๋นนุ่ม, Lamb Shank Burrito แลมพ์แชงค์ตุ๋นเนื้อฉ่ำ หอมเครื่องเทศ เสริมรสสดชื่นด้วยมะม่วงดอง และ Coq au Vin Burrito ไก่ตุ๋นไวน์แดงสไตล์ฝรั่งเศสในเวอร์ชันลูกครึ่งไทย-เม็กซิกัน เสิร์ฟความอร่อยในบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง เหมาะกับมื้อพิเศษของเพื่อน ครอบครัว และคนสนิท ที่อยากนั่งทาน นั่งคุย และใช้เวลาร่วมกันอย่างสบายใจ

PICHÉ Wine Bar (ชั้น 5A)

ไวน์บาร์แท็ปแห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่พลิกภาพจำของการดื่มไวน์ให้สนุก เป็นกันเอง และเข้าถึงง่ายมากขึ้น เสิร์ฟตรงจากแท็ปในอุณหภูมิที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้คนรักไวน์ได้ลิ้มลองหลากรสชาติหลายสไตล์ในคราวเดียว พร้อมประสบการณ์ Wine Tasting โดยมีซอมเมอลิเยร์มืออาชีพ คัดสรรไวน์มานำเสนออย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ไวน์หมักธรรมชาติ ไวน์คลาสสิกระดับโลก ไวน์สูตรเฉพาะของร้าน ไปจนถึงไวน์ขวดพิเศษที่หาดื่มยาก เสริมบรรยากาศให้สนุกสนานด้วยดนตรี และดีไซน์ของร้านที่ชวนผ่อนคลายแต่แฝงความมีชีวิตชีวา เป็นจุดหมายยามค่ำคืนที่เหมาะทั้งสายไวน์ตัวจริงและสายแฮงค์เอ้าท์ที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายร้านที่น่าสนใจ อาทิ Domo Yakiniku, Hendrick’s Gin, Hopsy Story, Uncle Boss, Fatbro, ไก่ย่างเสือใหญ่, ทะเลใจ, คำแพง อีสาน อาร์ทิซาน, หลุยส์วาณิชย์ อีทเทอรี่, ฟ้า ปลา ทาน, SMITH & Co., KRAZ ฯลฯ

EATELIER ชั้น 4 และชั้น 5 รวมถึง 5A ขยายเวลาเปิดให้บริการร้านอาหารและบาร์ในโซนนี้จนถึง 24.00 น. ทุกวัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Siam Paragon