กำลังเป็นประเด็นทางการเมืองที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ หลัง รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ขุดประวัติของ “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน โดยระบุโยงว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอนั้นเป็น แมงดา-Sex Worker จนเรื่องราวของ “ไอซ์ รักชนก” ถูกพูดถึงป็นวงกว้าง ซึ่งเส้นทางชีวิตจริงๆ ของ “สส.ไอซ์” นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับอัดแน่นไปด้วยคำที่เธอนิยามว่า “ดำมืด” ปราศจากแสงสว่าง และเต็มไปด้วยการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
-‘ไอซ์ รักชนก’ ร่ายยาวถึงอาจารย์นิด้า หลังโพสต์พาดพิงชาติกำเนิด ยัน ‘พ่อ-แม่’ ไม่ได้ทำอาชีพอย่างที่ถูกกล่าวหา

วัยเด็กในความมืด เมื่อ “การรอดชีวิต” คือเป้าหมายหลัก

ชีวิตของไอซ์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเติบโตมาในครอบครัวอุปถัมภ์ภายในชุมชนแออัดที่เต็มไปด้วยปัญหายาเสพติดและความรุนแรง ทั้งจากการที่พ่อทิ้งไปตั้งแต่เธอยังไม่เกิด แม่แท้ๆ นำไปฝากเลี้ยง แต่สุดท้ายคนรับฝากกลับกลายเป็น “แม่บุญธรรม” เพราะถูกหวยจากเลขที่ไอซ์ให้โดยบังเอิญ

ในบ้านที่มีพี่น้องชื่อ “อ.” ทั้งหมด แต่เธอกลับชื่อ “ไอซ์” เพียงคนเดียว เธอต้องทำงานบ้านประหนึ่ง “เบ๊” และเคยเสียน้ำตาเพราะไม่มีใครจำวันเกิดของเธอได้เลย ความโหยหาอ้อมกอดและความอบอุ่น จึงเป็นปมใหญ่ที่เธอต้องเผชิญลำพัง เธอเล่าว่าเพื่อนเล่นในวัยเด็กหลายคนต้องออกจากโรงเรียน เพราะท้องก่อนวัยอันควรหรือติดยา แต่เธอเปรียบตัวเองเหมือนเด็กที่ “ทอยเหรียญแล้วออกหัวเสมอ” ทำให้รอดพ้นจากภัยคุกคามทางเพศและการล่อลวงมาได้

“การศึกษา” ..ตั๋วใบเดียวที่จะทำให้รอด

ในสภาพแวดล้อมที่มองไม่เห็นอนาคต ไอซ์ใช้ “การเรียน” เป็นอาวุธในการเอาตัวรอด เธอสอบได้ลำดับต้นๆ มาตลอด แต่ชีวิตก็ต้องเจอจุดเปลี่ยนอีกครั้ง ทั้งการที่เธอเคยเกลียดวิชาภาษาอังกฤษเข้าไส้ เพราะถูกครูที่รักดุด่าและอับอายหน้าชั้นเรียน เพียงเพราะทำข้อสอบไม่ครบหน้า ปมนี้ทำให้เธอพลาดโอกาสสอบเข้าคณะแพทย์ตามที่ฝันไว้

เมื่อจบ ม.3 ครอบครัวไม่มีเงินส่งเรียนต่อสายสามัญ เธอจึงต้องไปเรียนบัญชีสายอาชีพ และทำงานพาร์ทไทม์ร้านติ่มซำที่เยาวราช โดยใช้ชื่อปลอมว่า “เพชร” เพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเอง หลังจากนั้นจึงตัดสินใจตามหาพ่อแท้ๆ จนเจอ และท้าให้โอนเงินมาพิสูจน์ใจ สุดท้ายพ่อส่งเสียให้เรียน ทำให้เธอกล้าเดินกลับไปเรียน ม.4 ใหม่อีกครั้งเพื่อทำตามเป้าหมาย

ความสำเร็จในฐานะ “ผู้ประกอบการออนไลน์”

ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไอซ์ต้องเผชิญความยากลำบากทางเงินอีกครั้งหลังรัฐประหารปี 2557 เมื่อบ่อนที่พ่อทำงานถูกสั่งปิด เงินส่งเสียจึงขาดหายไป เธอเริ่มหาเงินเองทุกทาง ตั้งแต่ล้างจาน สอนพิเศษ จนกระทั่งเริ่มธุรกิจ “ขายของออนไลน์” ด้วยทักษะการทำคอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยม เธอสร้างรายได้ 50,000-80,000 บาทต่อเดือน กลายเป็นวัยรุ่นที่ประสบความสำเร็จ มีบ้าน มีรถ และใช้ชีวิตในแบบที่เด็กหญิงในชุมชนแออัดคนนั้นเคยได้เพียงแค่ฝัน

จากความสำเร็จส่วนตัว สู่อุดมการณ์ “เพื่อคนรากหญ้า”

เมื่อชีวิตส่วนตัวมั่นคงแล้ว ไอซ์กลับมองเห็นว่าความลำบากที่เธอเคยเจอ ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องเจออีก เธอจึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเมืองกับพรรคก้าวไกล โดยในปี 2566 เธอชนะการเลือกตั้งในเขต 28 กทม. โค่นแชมป์เก่าที่เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ด้วยกลยุทธ์ “ปั่นจักรยานหาเสียง” เข้าหาประชาชนอย่างจริงใจ ซึ่งเธอต้องการทลายการเมืองแบบสืบทอดอำนาจทางนามสกุล และจัดสรรงบประมาณใหม่ให้ถึงมือคนตัวเล็กตัวน้อย

ความท้าทายในปัจจุบัน

ปัจจุบัน สส.ไอซ์ รักชนก กำลังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คดีความตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 6 ปี อย่างไรก็ตาม เธอยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรต่อไปตามปณิธานที่ว่า “เข้าใจปัญหา พึ่งพาได้จริง ไม่ละทิ้งอุดมการณ์”

เรื่องราวของ “ไอซ์ รักชนก” ไม่ใช่เพียงเรื่องของนักการเมืองคนหนึ่ง แต่คือตัวอย่างของการดิ้นรนเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดทางชนชั้น จากเด็กที่ต้องเล่นพนันของเล่นเพื่อให้มีของเล่น มาสู่คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อคนทั้งประเทศ ประสบการณ์ที่ “ดำมืด” ในอดีตของเธอ คือแสงสว่างที่คอยเตือนใจเธอเสมอว่า “ความยุติธรรม” สำคัญเพียงใดสำหรับคนที่ไม่มีอะไรเลย..