เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. รับทราบผลการลงนาม เข้าร่วมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการรายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนประจำปี ของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็กเยาวชนแห่งชาติ ทั้งนี้สาระสำคัญคือ มีการแบ่งกลุ่ม และข้อมูลต่างๆ

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สำนักงานด้านเด็กและเยาวชนรายงานว่า ปัจจุบันและปี 2566 มีอัตราเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย ปี 2566 มีเด็กเกิดใหม่จำนวน 517,934 คน มีเด็กเยาวชนอายุตั้งแต่ 1 ถึง 25 ปี จำนวน 19.36 ล้านคน ลดลงกว่า 470,582 คน และเมื่อเทียบปี 2566 กับ ปี 2565 มีตัวเลขแตกต่างกันถึง 19.38 ล้านคน บริบทที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงคือปัญหาครอบครัว โดยมีครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจต่ำลง ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเด็กจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อยขาดโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ สถานการณ์และบทบาทเทคโนโลยีที่มีมากขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษาแต่ยังไม่เท่าเทียมกันทั้งประเทศทำให้เด็กและเยาวชนขาดการศึกษาอย่างรอบด้าน

น.ส.อัยรินทร์  กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีเด็กและเยาวชนต้องได้รับการแก้ไข เช่น เด็กปฐมวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีมีการศึกษาและพัฒนาสมวัยลดลง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ยังคงเข้าไม่ถึงการดูแลและการส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม ฉะนั้นกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษาจึงมีกองทุนเสมอภาคในการสนับสนุนเด็กอายุ 3 ถึง 14 ปีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศ ส่วนเด็กวัย 13 ถึง 17 ปี มีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะวัยเรียน อาจเป็นสภาวะการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการพัฒนาการปฏิบัติงานในการยกระดับบริการสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน.