ยูธ โคแล็บ ซัมมิท เป็นการประชุมที่รวมตัวผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนา และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อร่วมนำเสนอความสำเร็จในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบผ่านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนตลอดหนึ่งทศวรรษ ควบคู่กับการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการส่งเสริมภาวะผู้นำ นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการแก่คนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ โครงการยูธ โคแล็บ (Youth Co:Lab) เป็นโครงการในความร่วมมือระหว่างยูเอ็นดีพี กับมูลนิธิซิตี้ เพื่อเป็นพื้นที่ให้เยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นำเสนอแนวคิดทางธุรกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวเข้าถึงเยาวชนมากกว่า 400,000 คนใน 30 ประเทศและเขตปกครองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สนับสนุนผู้ประกอบการเยาวชนมากกว่า 48,000 คน และมีส่วนช่วยในการก่อตั้งและพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ขับเคลื่อนโดยเยาวชนมากกว่า 4,000 แห่ง
ในช่วงพิธีเปิด นายชอมบี ชาร์ป รองเลขานุการผู้บริหารฝ่ายความร่วมมือและการประสานงาน จากคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) กล่าวว่า เยาวชนเป็นผู้นำของวันนี้และวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเยาวชนมีเครื่องมือและวิธีการที่จะสร้างทัศนคติ ธุรกิจ และธุรกิจเพื่อสังคมมากกว่าเดิม
คุณชาร์ปกล่าวเพิ่มเติมว่า บรรดาผู้ประกอบการและนวัตกรรุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กำลังพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านสภาพอากาศ พัฒนาโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ฟื้นฟูระบบนิเวศ และอื่น ๆ ซึ่งโซลูชันที่เยาวชนนำเสนอเหล่านี้ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นประสบการณ์จริงโดยพื้นฐาน ตลอดจนขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายและความกระตือรือร้น
ลำดับถัดมา นายเกิร์ด โทรเกอมันน์ ผู้จัดการเครือข่ายนโยบายโลก แห่งยูเอ็นดีพี ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า ยูเอ็นดีพีมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนผ่านวิสัยทัศน์ “Youth Moonshot” ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญในการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ทุกคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (เอสดีจี) ให้บรรลุผลสำเร็จ ผ่านความเป็นผู้นำ นวัตกรรม และความเป็นผู้ประกอบการของเยาวชน

นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย และตัวแทนมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า ความสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 ปี เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการยูธ โคแล็บ ซึ่งยูเอ็นดีพีและมูลนิธิซิตี้เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม และการสนับสนุนศักยภาพของเยาวชน เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
เนื่องจากเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ขับเคลื่อนอนาคตเท่านั้น แต่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันด้วย ดังนั้น ยูเอ็นดีพีและมูลนิธิซิตี้ จึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ต่อยอดศักยภาพของตนเอง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดี พร้อมส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่สังคมต่อไป

ภายหลังพิธีเปิดเสร็จสิ้น ทีมข่าวต่างประเทศของสำนักข่าวเดลินิวส์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารและตัวแทนผู้ประกอบการ รวมทั้งหมด 3 ท่าน ในประเด็นเกี่ยวกับโครงการยูธ โคแล็บ และการประชุมยูธ โคแล็บ ซัมมิท ในครั้งนี้
ท่านแรก คุณนฤมล จากมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการยูธ โคแล็บ เกิดจากการพูดคุยหารือระหว่างมูลนิธิซิตี้ กับยูเอ็นดีพี เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งสองหน่วยงานเห็นตรงกันว่า เยาวชนเป็นกำลังสำคัญการบรรลุเป้าหมายข้างต้น ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิซิตี้และยูเอ็นดีพี จึงตัดสินใจมอบเครื่องมือ แพลตฟอร์ม ประสบการณ์ คำปรึกษา และทักษะให้กับเยาวชน ด้วยความเชื่อมั่นว่า ห่วงโซ่ความร่วมมือของเยาวชนจะทำให้เกิด “พลังงานและผลกระทบที่ดี”
กระนั้น คุณนฤมลมองว่า ความท้าทายสำคัญประการหนึ่งสำหรับเยาวชน คือ ทักษะที่มีมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องเปิดกว้างยอมรับทักษะใหม่ เช่น ความฉลาดรู้ทางปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการสร้างรายได้จากเอไอ เพื่อดึงตัวเองออกจากกระบวนการทำงานแบบเดิมผ่านการคิดวิเคราะห์ และสร้างการเปลี่ยนแปลง
ท่านที่สอง นายธนากร พรหมยศ ประธานคณะกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง “ยังแฮปปี้” (YoungHappy) แพลตฟอร์มคอมมูนิตี้สำหรับผู้สูงอายุ ผู้แทนเยาวชนทีมประเทศไทยในโครงการยูธ โคแล็บ กล่าวว่า โมเดลธุรกิจเพื่อสังคมได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งมูลนิธิซิตี้และยูเอ็นดีพี ช่วยตอบสนองต่อความต้องการในสามส่วนหลัก ได้แก่ กำลังใจหรือการสนับสนุน ความสัมพันธ์หรือการเชื่อมต่อ และความร่วมมือ
คุณธนากรแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีเอไอมีศักยภาพในการช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างรวดเร็ว และช่วยลดปัญหาทรัพยากรที่จำกัดสำหรับนวัตกร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ เยาวชนเผชิญกับความท้าทายในการตามทันยุคสมัยและการใช้เครื่องมือใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องหาวิธีทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงเยาวชนมากขึ้น
ท่านสุดท้าย คุณโทรเกอมันน์ จากยูเอ็นดีพี กล่าวว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโครงการยูธ โคแล็บ คือ การมีส่วนร่วมในระดับที่แตกต่างกันหลายระดับพร้อมกัน การเข้าถึงและขอบเขตของโครงการ การแสดงความสำเร็จที่สามารถวัดปริมาณได้ รวมถึงการมีส่วนร่วมในระดับนโยบาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในระดับประเทศและภูมิภาค
นอกจากนี้ คุณโทรเกอมันน์ยังกล่าวว่า โครงการยูธ โคแล็บ กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ก่อให้เกิดกิจกรรมในวงกว้างสำหรับการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ไปจนถึงการบริการจัดการ และการกำกับดูแล พร้อมกับเสริมว่า ความมุ่งมั่นและการมีส่วนร่วมของเยาวชนจากทั่วเอเชียแปซิฟิก ทำให้โครงการยูธ โคแล็บ สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้สำเร็จ
อนึ่ง การจัดงาน ยูธ โคแล็บ ซัมมิท 2026 ในวันแรก มุ่งนำเสนอโรดแมปการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโครงการตลอด 10 ปี ผ่านมุมมองของผู้มีส่วนร่วมในโครงการ รวมถึงการเสวนาระดับสูงเกี่ยวกับนโยบายและความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ขณะที่ในวันที่สองเป็นการ เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการเยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมนำเสนอแนวคิดธุรกิจและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ก่อนปิดท้ายด้วยการสะท้อนบทเรียน และการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ.


เรื่อง-ภาพ : นภัทร แจ้งอัมพร



