เมื่อวันที่ 2 ม.ค.69 ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำวันที่ 1 ม.ค.69 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของมาตรการควบคุมเข้มงวด พบว่า มีคดีเข้าสู่ระบบทั้งสิ้น 85 คดี เนื่องจากเป็นวันที่ศาลปิดทำการ โดยแบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 78 คดี คิดเป็นร้อยละ 91.76 ขับเสพ จำนวน 7 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.24
อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยอีกว่า ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 3 วัน (30 ธ.ค.68–1 ม.ค.69) รวมทั้งสิ้น 1,558 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 1,444 คดี คิดเป็นร้อยละ 92.68 ขับรถประมาท จำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.26 ขับเสพ จำนวน 109 คดี คิดเป็นร้อยละ 7.00 และขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.06 ฉะนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีคดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 65 คดี พบว่าในปีนี้ มีจำนวน 78 คดี เพิ่มขึ้น 13 คดี
อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยต่อว่า ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นนทบุรี จำนวน 174 คดี กรุงเทพมหานคร จำนวน 131 คดี และสมุทรปราการ จำนวน 127 คดี ทั้งนี้ ตนยังได้ย้ำมาตรการช่วงควบคุมเข้มข้น โดยให้สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศบูรณาการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาสาสมัครคุมประพฤติในพื้นที่ นำผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคม ณ หน่วยบริการประชาชน ทั้งในจุดตรวจหลักและด่านชุมชน รวมถึงการทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์บริเวณจุดเสี่ยง จำนวน 28 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น จำนวน 310 ราย เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติ ดำเนินการทั้งการป้องกันและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้เตรียมความพร้อมให้บริการแก่ผู้ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีในฐานความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ศาลมีคำพิพากษาให้คุมความประพฤติ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเพื่อแก้ไขฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยให้สังคม ช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุและความสูญเสียช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569.



