เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป
‘ทักษิณ’ สวมกำไล EM โชว์ยิ้มแย้ม เข้ารายงานตัวคุมประพฤติครั้งที่ 1 ลั่นทำตามพิธีการ ‘Formality’
“ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม อธิบายขั้นตอนเรื่องการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ต้องราชทัณฑ์ และผู้ถูกคุมความประพฤติ ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจากมีกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า เป็นเวลา 4 เดือน นับแต่วันที่ 11 พ.ค.69 และจะพ้นโทษบริบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69 ตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 พ.ค.69 นายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไปรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรก ยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 และจะต้องรายงานตัวอีก 3 ครั้ง ดังนี้ วันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.69 วันจันทร์ที่ 27 ก.ค.69 และวันจันทร์ที่ 31 ส.ค.69
ซึ่งในกรณีที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษฯ ดังกล่าว ในกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกากฤษฎี พระราชทานอภัยโทษฯ ซึ่งความตามมาตรา 7 ระบุไว้ว่า “ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษลง 1 ใน 3 จากกำหนดโทษที่ยังเหลืออยู่นับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ เว้นแต่ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติเป็นผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 8 ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป” โดยในกรณีของนายทักษิณ พบว่ามีระยะเวลาการพักโทษคุมประพฤติเหลือเพียง 4 เดือน หลังจากที่ได้รับโทษจำคุกในเรือนจำกลางคลองเปรมมาแล้ว 8 เดือน ฉะนั้น จากพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษฯ ในครั้งนี้ นายทักษิณจึงเข้าเกณฑ์ได้รับการพระราชทานอภัยโทษลดโทษ จากเดิมที่ต้องคุมประพฤติ 4 เดือน ก็จะเหลือเพียงต้องคุมประพฤติ 1 เดือน 10 วัน หรือลดโทษลง 1 ใน 3 จากกำหนดโทษที่ยังเหลืออยู่นับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม ยังเปิดเผยขั้นตอนการพิจารณากลั่นกรองรายชื่อผู้ต้องขัง และผู้ถูกคุมความประพฤติพักโทษ ในกรณีที่เข้าเกณฑ์เป็นผู้ต้องราชทัณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษฯ ว่า ในกรณีหากผู้ต้องราชทัณฑ์รายใดเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกคุมประพฤติจากการพักการลงโทษ และเข้าเกณฑ์ตามมาตรา 8 ภายใต้บังคับมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 15 มาตรา 16 และมาตรา 18 ซึ่งให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปนั้น ตามขั้นตอนแล้วจะต้องมีหนังสือสำคัญจากกรมราชทัณฑ์ หรือเรือนจำฯ แจ้งมายังสำนักงานคุมประพฤติในท้องที่นั้น ๆ เพื่อให้ทราบว่าผู้ถูกคุมความประพฤติรายใดบ้างที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ปล่อยตัวไป เพื่อที่สำนักงานคุมประพฤติ จะได้ดำเนินการนัดหมายผู้ถูกคุมความประพฤติให้มาดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไล EM ในกรณีที่ผู้ถูกคุมความประพฤติรายนั้นมีเงื่อนไขต้องติดกำไล EM หรือหากเป็นผู้ถูกคุมความประพฤติ แต่ไม่ได้ติดกำไล EM ก็จะได้นัดหมายให้เข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเพื่อแจ้งว่าสิ้นสุดระยะเวลาการคุมประพฤติ ตามที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษฯ หรือหากเป็นกรณีที่ผู้ต้องราชทัณฑ์รายนั้นถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ ก็จะต้องมีหมายปล่อยจากศาลส่งมายังเรือนจำฯ ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อที่เรือนจำฯ จะได้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดพ้นโทษทันที แล้วจะได้มีการออกใบสุทธิ หรือใบบริสุทธิ์ หรือชื่อทางการ คือ ใบสำคัญการปล่อยนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เพื่อให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้พกเก็บติดตัวไว้สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในอนาคต ทั้งนี้ เบื้องต้นในกรณีของนายทักษิณ จึงเข้าเกณฑ์ได้พระราชทานอภัยโทษลดโทษ แต่ยังไม่ได้เป็นการปล่อยตัวพ้นโทษทันที.



