ยี่หร่า เป็นพีชล้มลุกมีลักษณะ เป็นไม้พุ่มเดี้ย มีความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ลำต้นกลมมีสีน้ำตาลแก่ มักจะแตกกิ่งก้านสาขามากแต่ กึ่งก่านจะไม่ใหญ่ ใบเป็นใบเดี๋ยวออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ ลักษณะของเป็นรูปกลมรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย ใบสีเขียวสด ผิวด้านบนมีสีสดกว่าด้านล่าง ผิวใบสาก มือ มีขนสีขาวๆ เล็กปกคลุม ใบยี่หร่า มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ดอกเป็นช่อที่บริเวณปลายยอด ช่อดอกนั้นจัดเป็นแบบ Spike-like raceme ดอกจะบานจากล่างไปหาปลายช่อ โดยแต่ละช่อจะประกอบไปด้วยดอกย่อยขนาดเล็กประมาณ 50-100 ดอก
สรรพคุณของยี่หร่า สามารถช่วยยับยั้งหรือช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้ ช่วยในการบำรุงธาตุในร่างกาย ใบ อุดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุแคลเซียม ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยขับเหงื่อซึ่งเป็นของเสียออกจากร่างกาย นอกนั้นยังช่วยแก้อาการคลื่นไส้ ด้วยการใช้ใบนำมาชงเป็นชาดื่มจนกว่าจะหาย แก้โรคเบื่ออาหาร ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ต้น, รากแห้ง ช่วยแก้อาการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย รากแห้งช่วยในการขับลมในลำไส้ น้ำมันหอมระเหยจากยี่หร่ามีฤทธิ์ช่วยระงับอาการหดเกร็งของไส้ ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ด้วยการใช้ผลแห้งประมาณ 3-5 กรัมนำมาชงกับน้ำเดือดประมาณ 1 ลิตร ทิ้งไว้สักระยะแล้วจึงนำมาดื่มวันละ 3-4 ถ้วยตวง
นอกจากนี้ใบใช้เป็นเครื่องปรุงหรือเป็นส่วนประกอบในอาหารบางชนิด เช่น แกง ซุป ต้มยำ และยังช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อาหารไทยบางชนิดนิยมใช้ยี่หร่าในการช่วยปรุงแต่งกลิ่นอาหาร หรือนำเมล็ดไปคั่วแล้วมาโขลกผสมกับเครื่องแกง ทำเป็นแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน แกงกะหรี่ เป็นต้น เมล็ดช่วยในการถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ด้วยการนำมาป่นหรือตำผสมในเนื้อสัตว์เวลาหมัก
สำหรับโทษและข้อควรระวังในการบริโภค ยี่หร่ามากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอาทิ ผู้ที่มีอาการแพ้ อาจทำให้อาการแพ้กำเริบ เช่น มีผื่นลมพิษ ตาบวม ปากบวม อาเจียน หากพบว่ามีอาการแพ้ ควรหยุดรับประทานและเข้าพบคุณหมอทันที เมล็ดยี่หร่ามีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรบริโภคยี่หร่าอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในเวลาใกล้เคียงกับยารักษาโรคเบาหวาน เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยี่หร่ามีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน จึงไม่ควรรับประทานยี่หร่าร่วมกับยารักษาโรคที่ทำให้ง่วงนอนได้ง่าย เช่น ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ และควรหยุดรับประทานยี่หร่าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เนื่องจากมีผลต่อความดันโลหิตและมีฤทธิ์ป้องกันการแข็งตัวของเลือด



