เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 3 ม.ค. ที่ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชุมชนสวนหลวง 1 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการหาเสียงครบ 1 สัปดาห์ จะต้องมีการปรับแผนหรือเพิ่มกลยุทธ์อะไรหรือไม่ ว่า ช่วงนี้เรามีการวางแผนไปจนถึงจบการเลือกตั้ง ในเรื่องของการดีเบต ในส่วนของเวทีต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เรามีการกำหนดผู้ปราศรัย ซึ่งตนและนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย จะลงทุกพื้นที่พร้อมกับพบปะพี่น้องประชาชน วันนี้เราพร้อมทุกอย่าง ส่วนต้องปรับอะไรนั้นอาจจะมีหน้างานบ้าง แต่ส่วนใหญ่เราค่อนข้างพร้อม และมีกำหนดที่จะเปิดนโยบายสำคัญ อีก 2 ช่วง ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน    

เมื่อถามถึง ความนิยมของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่ครั้งนี้หลายโพลมองว่าจะมาเป็นอันดับ 3 จะมีนโยบายอะไรที่จะดึงเสียงความนิยมของประชาชนกลับมาเหมือนเดิม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับผลโพลขณะนี้ ตนมองว่าเป็นเรื่องแปลกที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในการแข่งขัน พอดูจากโพลพบว่าพรรคเพื่อไทยเริ่มที่จะจ่อขึ้นมาแล้ว จากที่ไม่มีชื่อนายยศชนัน แต่เมื่อเปิดชื่อออกมา 15 วัน ความนิยมจ่อขึ้นมาแล้ว และจากการทำงาน โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะนำเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเต็ง แต่ก็มีการพลิกแซงในโค้งสุดท้าย ดังนั้นอย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตาย หรือประชาชนมีความแน่นอน เพราะประชาชนมีโอกาสและมีสิทธิในการตัดสินใจ และเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ฉะนั้นการทำงานอย่างหนักจึงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ประชาชน ได้รู้ถึงความตั้งใจและแนวนโยบายของพรรคเรา 

เมื่อถามว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคเพื่อไทยจะมีกลยุทธ์อย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากมาเดินพบปะประชาชนเช่นพวกตน จะเห็นว่าเรามีโอกาสสูงมาก วันนี้การตอบรับแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชน เป็นไปด้วยดี พี่น้องประชาชนให้การตอบรับ ฉะนั้นตนจึงไม่ได้เป็นห่วงในประเด็นนี้ และนโยบายของเรายังออกไม่หมด และจะมีนโยบายทีเด็ดทีขาด ที่จะนำมาให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ ซึ่งจะมีการออกนโยบายอีก 2 ระลอก แต่คงไม่ช้า ถึงขณะที่ออกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยคาดว่า ในต้นปีนี้จะออกมา 1 นโยบาย ขอให้ประชาชนรอติดตาม 

เมื่อถามว่า สำหรับผู้สมัครในพื้นที่อื่นได้มีการรายงานปัญหาอุปสรรคเข้ามาหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีปัญหาพอสมควร และมีเรื่องที่น่ากังวลคือการทุจริตคอร์รัปชัน การทำลายป้ายหาเสียง และอย่างที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ ว่าอย่าไปโทษผู้สมัคร แต่ทุกพรรคต้องกำชับอย่างจริงจังว่าไม่อยากให้มีการทำร้าย หรือทำลายป้ายหาเสียง ซึ่งช่วงนี้จะเห็นว่าเริ่มมีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากระแสความนิยมของพรรค กำลังกลับมาอย่างดี ตนขอความกรุณาผู้สมัครแต่ละพรรคการเมือง ให้ช่วยกันเน้นย้ำเรื่องดังกล่าวนี้ 

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งมีการส่งข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ เช่น การเก็บบัตรประชาชนตามพื้นที่ต่างจังหวัด และอีกเรื่องคือมีตัวเลขในการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่เยอะผิดปกติในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตราย พวกเราในฐานะฝ่ายการเมืองจะติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ดำเนินภารกิจตามหน้าที่ของท่าน ในการติดตามการทุจริตคอร์รัปชันการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเข้มข้นด้วย 

เมื่อถามย้ำว่า มีตัวเลขหรือข้อมูลหรือไม่สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผิดปกติ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จะมีการรวบรวมข้อมูลและนำเสนออีกครั้ง เพราะมีบางพื้นที่เท่านั้นที่มีตัวเลขโดดผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่การย้ายที่อยู่ เพราะมีระยะเวลาตามกฎหมายกำหนดอยู่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีผู้ประสงค์ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเยอะกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในการซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อให้ประชาชนไปใช้สิทธิก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อสะดวกในการซื้อสิทธิขายเสียง