ท่ามกลางโลกที่เผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และความไม่มั่นคงด้านอาหาร คำว่า ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาในฐานะกุญแจสำคัญของการอยู่รอด ไม่ใช่เพียงของธรรมชาติ หากแต่รวมถึงอนาคตของมนุษยชาติด้วย การประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2568 หรือ IBD 2025 จึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกต้องการคำตอบและความร่วมมืออย่างเร่งด่วน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ จัดการประชุม IBD 2025 ภายใต้หัวข้อ ‘Biodiversity and Humanity in Global Crisis – ความหลากหลายทางชีวภาพกับมนุษยชาติในยุควิกฤตโลก’ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา และยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก

ใจความสำคัญของการประชุมอยู่ที่พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุม และทรงบรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย’ พระราชดำรัสสะท้อนทั้งมุมมองทางวิชาการ ประสบการณ์จากการลงพื้นที่จริง และความทรงจำส่วนพระองค์ ตั้งแต่วัยเยาว์ในวังสระปทุม ซึ่งทรงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของพืชและสัตว์ตามฤดูกาล พร้อมถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายส่วนพระองค์ และการศึกษาจากหนังสือด้านธรรมชาติ อาทิ ผลงานของ ดร.บุญส่ง เลขะกุล ผู้บุกเบิกงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของไทย
พระราชดำรัสดังกล่าวนอกจากจะสร้างความซาบซึ้งแก่ผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศแล้ว ยังตอกย้ำว่าการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพต้องเริ่มจากความเข้าใจ ความใส่ใจ และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในระยะยาว
‘ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว’ ประธานคณะกรรมการจัดการประชุม กล่าวว่า IBD 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 600 คน จาก 14 ประเทศ และมีผลงานวิจัยผ่านการคัดเลือกกว่า 190 เรื่อง ครอบคลุม 6 ประเด็นหลัก ตั้งแต่ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์วัฒนธรรม ไปจนถึงการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อรับมือวิกฤตโลก นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษและเวทีเสวนาจากองค์กรและสถาบันชั้นนำระดับนานาชาติ อาทิ FAO และมหาวิทยาลัยชั้นนำจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับนโยบายและการปฏิบัติจริง
“ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์เพียงกลุ่มเดียว แต่คือรากฐานของชีวิตมนุษย์ทั้งหมด การดูแลธรรมชาติอย่างเข้าใจและเคารพ จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน เพื่อรักษาทุนชีวิตนี้ไว้ให้กับโลกและคนรุ่นอนาคต” ศาสตราจารย์ ดร.สนิท กล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘มรรคาแห่งความสมดุล : วัฏจักรความหลากหลายทางชีวภาพกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน’ ที่ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพผ่านผลงานวิจัยที่จับต้องได้ ตั้งแต่การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ การฟื้นฟูเต่าทะเล ป่าชายเลน เห็ดไมคอร์ไรซา ไปจนถึงฐานข้อมูลพันธุกรรมและพรรณไม้ในวังสระปทุม นิทรรศการและผลงานวิจัยกว่า 28 บูธ ได้เปลี่ยนองค์ความรู้เชิงวิชาการให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงประชาชน และสะท้อนว่าทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษาความสมดุลของธรรมชาติได้

ในพิธีปิด ‘รองศาสตราจารย์ คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ’ ผู้แทนคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า IBD 2025 ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการประชุม แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว โดยเฉพาะการส่งต่อองค์ความรู้และแรงบันดาลใจสู่เยาวชน ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในการนำเสนอผลงานวิชาการเคียงข้างนักวิจัยอาวุโส สะท้อนความหวังของการสืบทอดภารกิจอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพไปสู่คนรุ่นต่อไป





