เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2569 ที่โรงแรมอมารี กรุงเทพมหานคร จัดโดยภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ร่วมกับเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ โดยนายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้เข้าร่วมและแสดงความเห็นในที่ประชุมภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ครั้งที่ 1/2569 ในหัวข้อ “โครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ” (โดยความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคมกับพรรคการเมือง)
นายชวลิต กล่าวตอบคำถามของผู้ดำเนินรายการ ที่ให้พรรคการเมืองพิจารณาประเด็นที่จะสร้างแรงจูงใจเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มากที่สุด ว่า นอกจากการลงประชามติเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยแล้ว ควรเชื่อมโยงกับปัญหาสำคัญที่ประเทศกำลังเผชิญ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน คือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
นายชวลิต กล่าวอีกว่า ในเรื่องของคำถามประชามติที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2569 ซึ่งกำหนดให้ถามประชาชนว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่” ตนขอจุดยืนในนามพรรคไทยสร้างไทย ว่า “เห็นชอบ” ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเสวนาในวันนี้ รวมทั้งสิ้น 7 พรรคการเมือง
นายชวลิต กล่าวอีกว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้ฝังรากลึกในระบบราชการ การเมือง รวมถึงองค์กรอิสระที่ถูกกล่าวขวัญในทางเสื่อมเสียมากขึ้น จึงเห็นควรให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตในรูปแบบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับ ภาคประชาชน หรือ ป.ป.ช. ภาคประชาชน ทั้งนี้ ป.ป.ช. ภาคประชาชน เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ที่ต้องการให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับภาคประชาชน ซึ่งจะมีอำนาจในการตรวจสอบการทุจริตด้วยมือของประชาชนเอง สำหรับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ภาคประชาชน จะมีอำนาจเช่นเดียวกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกฎหมายปัจจุบัน และทำงานคู่ขนานกันไป โดยผู้ร้องสามารถเลือกยื่นเรื่องให้ตรวจสอบการทุจริตได้ทั้งสององค์กร
นายชวลิต กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการส่งฟ้องคดีต่อศาล จะต้องผ่านการพิจารณาของ ป.ป.ช.ปัจจุบันก่อน ยกเว้นกรณีที่ ป.ป.ช.ปัจจุบันมีความเห็นไม่เห็นด้วยกับผลการตรวจสอบของ ป.ป.ช.ภาคประชาชน ซึ่งในกรณีดังกล่าว ป.ป.ช.ภาคประชาชน สามารถเสนอให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องคดีได้โดยตรงตามกระบวนการปกติ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของศาล ส่วนที่มาของ ป.ป.ช.ภาคประชาชน จะมาจากองค์กรวิชาชีพหลากหลายสาขา ผ่านกระบวนการคัดเลือกที่ยึดหลักสุจริต โปร่งใส และป้องกันการบล็อกโหวต โดยรายละเอียดอยู่ระหว่างการพิจารณา
นายชวลิต กล่าวอีกว่า นโยบาย ป.ป.ช. ภาคประชาชน เป็นแนวคิดของ ดร.โภคิน พลกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทย ที่มุ่งหวังให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษางบประมาณแผ่นดิน ซึ่งสูญเสียจากการทุจริตคอร์รัปชันปีละไม่น้อยกว่า 500,000 ล้านบาท และเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น
นายชวลิต กล่าวอีกว่า วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป และในวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่า ประชาชนเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พรรคไทยสร้างไทยจึงขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้มากที่สุด พร้อมลงคะแนน “เห็นชอบ” เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ “ป.ป.ช. ภาคประชาชน” ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการปราบปรามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของชาติ ให้หมดสิ้นไปหรือเหลือน้อยที่สุด



