สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่าการประชุมในวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ระหว่าง 8 ประเทศสมาชิกสำคัญ ของกลุ่มประเทศนอกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) หรือ “โอเปกพลัส” ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คาซัคสถาน คูเวต อิรัก แอลจีเรีย และโอมาน เกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันลดลงมากกว่า 18% ในปี 2568 ซึ่งเป็นการลดลงรายปีที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานล้นตลาดที่เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ สมาชิกทั้ง 8 ประเทศ เห็นพ้องเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันขึ้นประมาณ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ธ.ค. 2568 ซึ่งเท่ากับเกือบ 3% ของความต้องการน้ำมันโลก
OPEC+ Will Keep Oil Production Steady Amid Uncertainty About Trump’s Plan For Venezuelan Oilhttps://t.co/y4HTrrs4dC pic.twitter.com/jLq1PnkSRk
— Forbes (@Forbes) January 4, 2026
ก่อนหน้านี้ ทั้ง 8 ประเทศตกลงระงับการเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับเดือน ม.ค.-มี.ค. 2569 เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่การประชุมครั้งล่าสุดได้ยืนยันแนวทางดังกล่าวอีกครั้ง และหลีกเลี่ยงการพูดคุยเกี่ยวกับการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
ในอดีต โอเปกสามารถเอาชนะความแตกแยกภายใน เช่น สงครามอิรัก-อิหร่าน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตลาด มากกว่าข้อพิพาททางการเมือง อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้กำลังเผชิญกับวิกฤติการณ์มากมาย หลังการส่งออกน้ำมันของรัสเซียถูกกดดัน เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ขณะที่อิหร่านก็เผชิญกับการประท้วง และภัยคุกคามจากการแทรกแซงของสหรัฐ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



