สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่าแนวทางดังกล่าวมีขึ้นหลังการลดลงอย่างมาก ของเงินทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก อันเป็นผลมาจากนโยบายลดความช่วยเหลือต่างประเทศ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเลวร้ายลงจากการปะทะกันทางอาวุธกับกัมพูชา
นายราอุฟ มาซู ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ด้านปฏิบัติการ จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) กล่าวว่า ความพยายามของประเทศไทยอาจกลายเป็นแบบอย่าง สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาการพลัดถิ่นที่ยืดเยื้อ รวมถึงบังกลาเทศและมาเลเซีย ที่รับผู้ลี้ภัยจำนวนมาก
Thai jobs for Myanmar refugees could show way forward for Asian nations, UN says https://t.co/tOdi3zUGRX
— The Straits Times (@straits_times) June 9, 2026
แนวทางดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ผู้ลี้ภัยสามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจได้อย่างไร ขณะที่ยังคงได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย และการการกำกับดูแลของรัฐบาล
นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการในเดือน ต.ค. ไทยได้ทำงานร่วมกับนายจ้างเพื่อให้แน่ใจว่า แรงงานผู้ลี้ภัยได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย การดูแลสุขภาพ และอย่างน้อยที่สุดก็คือค่าจ้างขั้นต่ำ
ภายใต้โครงการริเริ่มดังกล่าว ผู้ลี้ภัยกำลังได้รับบัตรประจำตัวพิเศษเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร รับซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ และตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย ซึ่งมาซูกล่าวว่า เป็นขั้นตอนที่สำคัญต่อการผสานพวกเขา เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการของไทย
UNHCR welcomes Thailand’s announcement on the issuance of identification cards for refugees in temporary shelters along the Thailand-Myanmar border.
— UNHCR Thailand (@UNHCRThailand) May 15, 2026
Documentation is an important step towards lawful employment and greater self-reliance.
Read more: https://t.co/SxNYwPtTXm pic.twitter.com/QD0vThDqdz
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเมินจากแนวโน้มปัจจุบัน ว่า ผู้ลี้ภัยระหว่าง 10,000-20,000 คนจะได้รับการจ้างงาน ในปีหน้า แม้อัตราการขยายตัวจะขึ้นอยู่กับกระบวนการทางปกครอง และการเข้าถึงงานในทางปฏิบัติ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



