เมื่อวันที่ 5 ม.ค. พรรคเพื่อไทย นำโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 น.ส.ชญาภา สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 8 นายมังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงที่ จ.ร้อยเอ็ด

โดยเริ่มที่โรงเรียนเสลภูมิ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายณัฐวุฒิ เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการทักทายมวลชนเป็นภาษาอีสาน “สุขขีหมั่น เสมอมันเครือเก่า คิดฮอดหมู่เฮาทุกคนเด้อพี่น้อง” เรียกเสียงเฮจากกองเชียร์ก่อนย้ำถึงภารกิจของวันนี้ว่า การเลือกตั้งคราวนี้ที่ จ.ร้อยเอ็ด มีความพิเศษ 

“เลือกตั้ง ปี 66 ผมเคยมาหาเสียงที่ร้อยเอ็ดเพื่อช่วยคนเก่าเขตนี้ แต่วันนี้ผู้สมัครคนนั้นได้เลื้อยจากพวกเราไป หรือที่เขาเรียกว่างูเห่า” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อเขาได้จากไป ก็มีคนใหม่เข้ามา ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นลูกในบ้านเป็นหลานในถิ่น เป็นลูกหลานคนร้อยเอ็ด ต่อสู้ไต่เต้าจนเป็นผู้ว่าราชการหลายจังหวัด จึงอยากขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนกาผู้สมัครเบอร์ 4 และเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9

“พรรคเพื่อไทยเราสู้กันมานาน ไม่เคยถอย ยืนหยัดรับใช้ประชาชน แม้ถูกปฏิวัติ ถูกปลดนายกฯ มา 6 คน แต่ทุกครั้งที่เราล้มคือล้มบนตักประชาชน เพราะเขาจำได้ว่าพรรคนี้ทำอะไรเพื่อประชาชน ทั้งโครงการ 30 บาท โอทอป กองทุนหมู่บ้าน” นายณัฐวุฒิ กล่าว

ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวอีกว่าปัจจุบันหลายคนเป็นหนี้ พรรคเพื่อไทยมีแพ็กเกจนโยบายที่จะล้างหนี้ประชาชน ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ หรือล้างหนี้วัยเกษียณ นอกจากล้างหนี้ หากเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ค่าไฟไม่เกิน 3.70 บาทต่อหน่วย และภายใน 3 เดือนแรก จะทำหวยเกษียณ ที่เป็นการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน และยังได้ลุ้นรางวัลทุก 17.00 น. วันศุกร์ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่จะช่วยลดภาระลูกหลานของชาวร้อยเอ็ดที่เข้าไปทำงานหรือเรียนใน กทม.

สำหรับพี่น้องคนร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายดีๆ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวร้อยเอ็ด เพื่อไทยมีโครงการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ขณะที่การพักหนี้จะมีการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี จะทำให้พี่น้องเขต 4 อยู่ดีกินดีได้อีกครั้ง

ขณะที่ น.ส.จิราพร กล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยมาขอคะแนนเสียง ที่ผ่านมาชาวร้อยเอ็ด ได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตามการเมืองที่ผ่านมามันผิดปกติ เพราะรัฐบาลภูมิใจไทยที่เกิดจาก MOA กับพรรคประชาชน กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฝ่ายค้ำ และพรรคภูมิใจไทยยังมีพฤติกรรมขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ 

ต้องเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง MOA แต่สิ่งที่ประชาชนได้คือคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยหยุดชะงัก และมีการโยกย้ายข้าราชการ จนทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการย้ายเพื่อเอื้อเลือกตั้งหรือไม่ ขณะเดียวกันความอยุติธรรมได้เกิดกับนายกฯ ทักษิณ มีหลายคดีที่ตามมา จึงอยากให้ทุกคนส่งเสียงเป็นกำลังใจให้ถึงนายกฯ ทักษิณ 

“เสียงของพี่น้องร้อยเอ็ด เขต 4 จะชี้ชะตาประเทศไทย ต้องกาพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบนะพี่น้อง 8 ก.พ.นี้ อย่าแบ่งปันใจให้ใคร ต้องทวงคืนศักดิ์ศรีพี่น้องร้อยเอ็ดบ้านเรา เพื่อให้ประเทศไทยมีนายกฯ ชื่อยศชนัน” น.ส.จิราพร กล่าว

จากนั้น ทีมเพื่อไทยเดินทางไปยังดอนปู่ตา อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด มีนายฉลาด ขามช่วง อดีต สส. 9 สมัย เป็นผู้สมัคร สส. เขต 2  โดยมีประชาชนมารอฟังปราศรัยเรือนหมื่นคน

นายณัฐวุฒิ กล่าวปราศรัยว่า 8 ก.พ.นี้ พรรคเพื่อไทยส่งนายฉลาด ขามช่วง ขวัญใจชาวร้อยเอ็ดคนเดิม ในการเลือกตั้งเขต 2 มีบางพรรคหาเสียงโจมตีนายฉลาด ว่าอยู่มานานตั้ง 9 สมัย ก็ที่ได้มาเป็น สส.ก็เพราะฉลาดไม่ได้โง่ เขามีผลงานในหลายเรื่อง และยังเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวร้อยเอ็ด

ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า นี่คือพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอดทั้งการพัฒนาพื้นที่หรือแก้ปัญหายาเสพติด จึงขอโอกาสจากพี่น้องร้อยเอ็ดเขต 2 อีกครั้ง ในการส่งนายฉลาด ขามช่วง เป็น สส.สมัยที่ 10 

จากนั้นพรรคเพื่อไทย เดินทางปราศรัยต่อที่โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด นายณัฐวุฒิ ได้เปิดฉากปราศรัยว่ามาจังหวัดร้อยเอ็ดไม่เคยผิดหวัง เลือกตั้งทุกครั้งได้รับการโอบอุ้มอย่างท่วมท้น 

“พี่น้องครับ พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลได้ไม่ได้มาเพราะการซื้อเสียง แต่ใช้ผลงานซื้อใจประชาชน” นายณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อเช้าตนดูข่าว เห็นคนพูดใส่เสื้อสีส้มว่ามีเราไม่มีเทา ชี้หน้าว่า พรรคนั้นพรรคนี้เทา แต่ไปทำ MOA ไปยกบ้านยกเมืองให้เขา พวกตนก็เตือนประชาชนก็เตือนแต่ยังไปยกมือให้ จนคดีฮั้ว สว.ไม่เดิน คดีเขากระโดงไม่ไป และแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ 

“เอากันชัดๆ ตรงนี้ต่อหน้าคนร้อยเอ็ด เลือกตั้งรอบนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 1 นโยบายพรรคเพื่อไทยต้องเป็นหลัก และนายกฯต้องชื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่มีไปโหวตให้พรรคอื่น” นายณัฐวุฒิ กล่าว

พรรคเพื่อไทย เชื่อว่า เสียงประชาชนไม่มีสีเทา เพราะเสียงพี่น้องประชาชนคือพลังบริสุทธิ์ การไปชี้หน้าคนนั้นคนนี้เทา แต่ผู้สมัคร สส.ในพรรคโดนจับอันนั้นเรียกว่ายิ่งกว่าเทา 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การเมืองปัจจุบันมีสามก๊ก มีสีแดง, สีส้ม, สีน้ำเงิน วันนี้สีน้ำเงินถูกหวย ได้ สส. 70 คน แต่ได้เป็นทั้งรัฐบาลเป็นทั้งนายกฯ เพราะพรรคอันดับ 1 ไปยกมือให้เขาไปออกนโยบายคนละครึ่งๆ จนเขาอยู่สองเดือนครึ่งเลยประกาศยุบสภา

ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ยังกล่าวว่าตอนนี้มาบอกคนอื่นเทา แล้วตอนยกมือให้เขาเป็นรัฐบาลทำไมไม่รู้ ก่อนพูดติดตลกเป็นภาษาอีสานว่า “อิหยังวะ”

“วันนี้เขาเปิดตัวรัฐมนตรี แต่วันก่อนตำรวจไปเปิดตัวผู้สมัครสีเทาในพรรค ก็แปลกดี” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวกับมวลชนว่า วันนี้อยากให้พี่น้องร้อยเอ็ดเลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบให้ได้นายกฯ ชื่อ นายยศชนัน มาบริหารประเทศหลายคนสบประมาทว่า เป็นคนของตระกูลชินวัตร แต่ที่ผ่านมาชายผู้นี้เคยเป็นอาจารย์ เป็นนักวิจัย เขาเดินมาด้วยความสามารถ ไม่ได้เดินมาได้เพราะตระกูลชินวัตร และพรรคเพื่อไทยชัดเจนว่าจะยกมือให้นายยศชนัน เป็นนายกฯ ดังนั้นต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค”