สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะเข้าไป “มีส่วนในระยะยาว” กับการเปลี่ยนผ่านในเวเนซุเอลา และยืนยันว่า จะยังไม่มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่เกิดขึ้นในประเทศแห่งนี้ ในอีก 30 วันข้างหน้า เนื่องจาก “ต้องมีการฟื้นฟูประเทศก่อน”


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลอาจอุดหนุนงบประมาณในความพยายามของบริษัทน้ำมันต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวเนซุเอลาขึ้นมาใหม่ ซึ่งผู้นำสหรัฐคาดว่า โครงการดังกล่าวอาจใช้เวลาไม่ถึง 18 เดือน


ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่เป็นการทำสงครามกับขบวนการค้ายาเสพติด และย้ำว่า ตอนนี้ตัวเขา “คือผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด” เรื่องเวเนซุเอลา


เกี่ยวกับนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ทรัมป์กล่าวว่า “ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี” แต่ยืนยันว่า “ไม่ได้มีการติดต่อสื่อสารกันล่วงหน้า” ระหว่างสหรัฐกับโรดริเกซ ก่อนหน่วยรบพิเศษของสหรัฐบุกจู่โจมเมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา และจะมีการตัดสินใจว่า จะคงมาตรการคว่ำบาตรต่อโรดริเกซไว้หรือจะยกเลิก


อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า อาจเปิดปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาเป็นครั้งที่สอง หากโรดริเกซหยุดให้ความร่วมมือ แม้หวังว่าสถานการณ์จะไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมเสมอ


นอกจากนี้ ทรัมป์ปฏิเสธรายงานของสื่อหลายแห่ง ว่าการปฏิเสธสนับสนุนนางมาเรีย โครินา มาชาโด หนึ่งในแกนนำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ให้ขึ้นมาบริหารประเทศ เพียงเพราะเธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวว่า “มาชาโดไม่เหมาะสมกับรางวัล แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุผล”.

เครดิตภาพ : REUTERS