สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ซึ่งประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ หมายความว่า สหรัฐจะไม่แนะนำให้เด็กทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ อีกต่อไป รวมถึงโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรตา และโรคไข้หวัดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐ (ซีดีซี) จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเหล่านั้น รวมถึงโรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคไวรัสตับอักเสบบี และโรคไข้กาฬหลังแอ่น สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง หรือเมื่อผู้ปกครองและแพทย์ของเด็กเห็นว่า “มีความจำเป็น” ไม่ใช่เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน
President Trump directed us to examine how other developed nations protect their children and to take action if they are doing better. After an exhaustive review of the evidence, we are aligning the U.S. childhood vaccine schedule with international consensus while strengthening… https://t.co/CzRN5z8oLf
— Secretary Kennedy (@SecKennedy) January 6, 2026
ด้านทรัมป์ชื่นชมการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “มาฮามัมส์” (MAHA Moms) ซึ่งเป็นกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ออนไลน์ที่สนับสนุนวาระของนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐ ขอให้มีการปฏิรูปที่สมเหตุสมผลเหล่านี้มานานหลายปีแล้ว
“ภายหลังการตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วน เราจะปรับกำหนดการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กของสหรัฐ ให้สอดคล้องกับฉันทามติระหว่างประเทศ ควบคู่กับการเสริมสร้างความโปร่งใสและความยินยอมโดยแจ้งให้ทราบ ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ปกป้องเด็ก เคารพครอบครัว และฟื้นคืนความไว้วางใจในระบบสาธารณสุข” เคนเนดี กล่าวในแถลงการณ์
กระนั้น ผู้สันทัดกรณีด้านการแพทย์และสาธารณสุข วิพากษ์วิจารณ์การปฏิรูปข้างต้น โดยกล่าวว่า กำหนดการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กของสหรัฐ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการวิจัยอย่างละเอียดมากที่สุด ในการปกป้องเด็กจากโรคร้ายแรง ซึ่งบางกรณีอาจถึงแก่ชีวิตได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



