สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่าประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย กล่าวถึงสถานการณ์ตึงเครียดในลาตินอเมริกา ซึ่งเป็นผลจากวิกฤติการณ์ระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา ว่าหากทุกคนได้อ่านบทนำของนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลสหรัฐ จะเข้าใจได้ทันทีว่า รัฐบาลวอชิงตันชุดนี้มีความฝักใฝ่ใน “ลัทธิมอนโร” และมีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศมีเอกราชในลาตินอเมริกา กลับไปเป็นอาณานิคมอีกครั้ง


ผู้นำโคลอมเบียกล่าวต่อไปว่า จุดยืนของสหรัฐขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง และเรื่องนี้คือหลักการเดียวกับแนวคิด “เลเบินส์เราม์” (Lebensraum) หรือ “พื้นที่อยู่อาศัย” ของนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำพรรคนาซี และเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามโลกมาแล้วถึงสองครั้ง


ขณะเดียวกัน เปโตรยังเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐ “ช่วยกันสร้างระเบียบประชาธิปไตยระหว่างประเทศ” เนื่องจาก “สันติภาพของโลกและอนาคตของการดำรงอยู่ของมนุษยชาติกำลังตกอยู่ในอันตราย”


อนึ่ง ลัทธิมอนโร คือหนึ่งในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐที่เคยใช้เมื่อราว 200 ปีก่อน ซึ่งถือว่าทวีปอเมริกา “เป็นเขตอิทธิพล” หรือ “หลังบ้าน” ของสหรัฐ และห้ามชาติยุโรปเข้ามาแทรกแซง ซึ่งเปโตรมองว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน กำลังนำกลับมาใช้เพื่อยึดครองทรัพยากรในภูมิภาคแห่งนี้

ส่วนพื้นฐานของเลเบินส์เราม์โดยพรรคนาซี คือความเชื่อว่า “ชาติ” เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่ต้องเติบโต ถ้าไม่ขยายตัวก็ต้องตาย ฮิตเลอร์มองว่า เยอรมนีมีประชากรหนาแน่นเกินไปและมีทรัพยากรไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องยึดครองดินแดนใหม่เพื่อใช้เป็นแหล่งเกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ชาวเยอรมันสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ.

เครดิตภาพ : REUTERS