หลายคนอาจจะยังสับสนว่า ถ้าเราทำงานในไทยแต่รับเงินจากลูกค้าต่างชาติ หรือไปทำงานต่างประเทศแล้วโอนเงินกลับมาให้ครอบครัว เราต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนหรือไม่? ล่าสุดสรรพากรได้ออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เดลินิวส์ ได้รวบรวมทุกข้อสงสัยมาตอบไว้ที่นี่แล้วครับฤดูยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากลับมาแล้ว แม้กฎกติกาเรื่องการนำเงินจากต่างประเทศกลับไทย ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นปีที่สอง แต่หลายคนก็อาจสงสัยว่ารายได้จากต่างประเทศแบบไหนบ้างถึงจะต้องเสียภาษีบ้าง
ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีรายได้ต่างประเทศ
คุณจะต้องเสียภาษีจากรายได้ต่างประเทศหากเข้าเงื่อนไข ครบทั้ง 2 ข้อ ดังนี้:
1. เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (Tax Resident): คือพำนักอยู่ในไทยรวมกันถึง 180 วัน ในปีภาษีนั้นๆ (ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดต่อกัน)
2. นำเงินได้เข้ามาในประเทศไทย: ไม่ว่าจะนำเข้ามาในปีเดียวกับที่เกิดรายได้ หรือนำเข้ามาในปีถัดๆ ไป (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป)
รายได้จากต่างประเทศแบบไหนบ้าง ที่ต้องนำมาเสียภาษี
1. รายได้จากการทำงาน (Active Income)
- เงินเดือนและค่าจ้าง: รายได้จากการเป็นลูกจ้างในบริษัทต่างประเทศ หรือการไปทำงานในต่างประเทศระยะสั้น
- งานอิสระ (Freelance): ค่าจ้างจากการรับงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือบริการที่ทำให้กับลูกค้าต่างชาติ
- ค่านายหน้า/ค่าธรรมเนียม: เงินที่ได้รับจากการเป็นตัวแทนหรือช่วยดีลธุรกิจในต่างประเทศ
2. รายได้จากการลงทุน (Investment Income)
- เงินปันผล: จากหุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนรวมต่างประเทศ (Offshore Funds)
- ดอกเบี้ย: จากเงินฝากธนาคารต่างประเทศ หุ้นกู้ หรือพันธบัตรในต่างประเทศ
- กำไรจากการขายสินทรัพย์ (Capital Gains): เช่น กำไรจากการขายหุ้นต่างประเทศ, ขายอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ หรือกำไรจากการขายคริปโตเคอร์เรนซีในกระดานเทรดต่างประเทศ
3. รายได้จากทรัพย์สินและธุรกิจ (Business & Property)
- ค่าเช่า: รายได้จากการปล่อยเช่าคอนโด บ้าน หรือที่ดินที่อยู่ในต่างประเทศ
- ค่าลิขสิทธิ์ (Royalties): รายได้จากสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ หนังสือ หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ
- กำไรจากธุรกิจ: หากคุณไปเปิดร้านอาหาร ทำธุรกิจการค้า หรืออุตสาหกรรมในต่างประเทศ แล้วนำกำไรนั้นกลับเข้าไทย
4. รายได้อื่นๆ
- เงินบำนาญ: เงินบำนาญที่ได้รับจากรัฐบาลหรือบริษัทต่างประเทศ (ถ้ามีการนำเข้ามาในไทย)
- เงินมรดก/การให้: ในบางกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายภาษีมรดกและการรับให้
รายได้แบบไหนที่ “ยกเว้น” ไม่ต้องเสียภาษี?
– เงินเก่าก่อนปี 2567 : รายได้ที่เกิดขึ้นและเก็บไว้ในต่างประเทศ ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 หากนำเข้ามาในปีนี้หรือปีต่อๆ ไป ไม่ต้องเสียภาษี
– อยู่ไทยไม่ถึง 180 วัน : หากในปีที่นำเงินเข้า คุณอยู่ในไทยรวมแล้วไม่ถึง 180 วัน ก็ไม่ถือเป็นผู้อยู่ในไทยตามกฎหมายภาษีสำหรับเงินก้อนนั้น
– รายได้ที่ไม่ถึงเกณฑ์ : หากรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องชำระภาษี (150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี)
การคำนวณและเครดิตภาษี
-อัตราภาษี: เสียในอัตราก้าวหน้า (5% – 35%) เหมือนรายได้ในประเทศ
– เครดิตภาษีต่างประเทศ: หากคุณเสียภาษีในประเทศต้นทางไปแล้ว และประเทศนั้นมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) กับไทย คุณสามารถนำภาษีที่จ่ายไปแล้วมาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายในไทยได้ (เพื่อไม่ให้เป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อน)
กำหนดการยื่นภาษี
สำหรับการนำเงินได้ต่างประเทศเข้ามาในปี 2568 คุณจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในช่วงต้นปี 2569
– ยื่นแบบกระดาษ: ภายใน 31 มีนาคม 2568
– ยื่นออนไลน์ (E-Filing): ภายใน 8 เมษายน 2568
ข้อควรระวัง
- “เงินต้น” ไม่ใช่รายได้: หากคุณโอนเงินเก็บ (เงินต้น) ที่มีอยู่เดิมก่อนปี 2567 ออกไปลงทุน แล้วโอนกลับมา เฉพาะส่วนที่เป็นเงินต้นจะไม่เสียภาษี จะเสียเฉพาะส่วนที่เป็น “กำไร” หรือ “ดอกเบี้ย” ที่เกิดขึ้นใหม่ในปี 2567 เป็นต้นไปเท่านั้น
- หลักฐานการเสียภาษี: หากรายได้ข้างต้นถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ในต่างประเทศไปแล้ว อย่าลืมขอ ใบรับรองการเสียภาษี เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษีในไทย (Tax Credit) ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนได้



