เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น บางกะปิ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม. นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ภาคใต้ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่หาเสียงเขตบางกะปิ โดยเดินเท้าแนะนำตัวเองพร้อมผู้สมัคร สก. นายปรัชญา ศรีสอาด ตั้งแต่ปากทางซอยนวมินทร์ 8 ไปจนถึงสวนพฤกษชาติคลองจั่น
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากตลอดทางเป็นตลาดนัด มีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของ ทั้งอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้แกนนำพรรค เป็นที่สนใจของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายสินค้า โดยได้ถ่ายรูปเซลฟี่ และนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องคอให้เป็นกำลังใจ
ช่วงหนึ่งนายอนุชาและนายอภิสิทธิ์ ได้เดินเข้าไปในร้านทอดมัน เพื่อแนะนำตัวทำให้แม่ค้าทอดมัน พูดว่า “ดีใจที่พรรคประชาธิปัตย์กลับมา เลือกอยู่แล้ว เลือกมานานแล้วไม่ต้องห่วง” ขณะที่แม่ค้าบางร้าน เอ่ยปากชม นายอนุชา ว่า “ตัวจริงหล่อกว่าในทีวีอีก”

นายอนุชา ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่เช้าวันนี้ ได้มีประชาชนพ่อค้าแม่ค้าสะท้อนปัญหาต่างๆ มาหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด และการจัดการทางเท้า ที่เป็นบริเวณตั้งร้านค้า ก็จะเห็นว่ามีการปรับปรุงถนนหนทางอยู่ ซึ่งก็คงจะต้องใช้ระยะเวลา ตรงนี้ก็คงต้องมาเร่งรัด ส่วนเรื่องขยะ ประชาชนก็สะท้อนว่าอยากจะให้มีการเข้ามาจัดเก็บให้บ่อยขึ้นกว่านี้ เพราะตอนนี้เหมือนกับว่าจะสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น แต่ด้วยความที่เป็นพื้นที่สวนสาธารณะและมีการจับจ่ายใช้สอยโดยรอบนั้น ก็จะมีเศษอาหารและขยะค่อนข้างเยอะ ก็อยากให้มาจัดเก็บบ่อยกว่าเดิม

“วันนี้ถ้าถามแต่ปัญหา พรรคประชาธิปัตย์มองว่าเท่ากับเราอยู่กับที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ คือเรื่องของโอกาสและความหวัง เขาก็บอกว่าถูกใจ อยากให้ 4 ปีจากนี้ไป คนมองเห็นอนาคตด้วย ไม่ใช่แค่พูดกันแค่เรื่องแก้ปัญหาอย่างเดียว” นายอนุชา กล่าว
เมื่อถามถึง ปัญหาชุมชนแออัดในพื้นที่ และปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทยในพื้นที่ นายอนุชา กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) ตนได้มีโอกาสลงพื้นที่ 2-3 จุด พบว่ามีประเด็นปัญหาเหมือนกันคือมีแรงงานต่างด้าว รวมถึงผู้ที่เข้ามาในลักษณะที่เป็นประชากรแฝง ที่อาจจะมาเช่าเปิดแผงค้าขายต่างๆ กทม. ก็จะต้องเข้ามาตรวจสอบในเบื้องต้น ว่าเขาได้สิทธิตรงนั้นจริงหรือไม่ หรือว่าสวมสิทธิจากใครมา ซึ่งเราก็คงจะต้องมาทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้เกิดความมั่นใจว่า คนไทยจะไม่โดนเบียดบังในเรื่องการค้าขาย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามแซวถึงแม่ค้าได้บอกว่าตัวจริงหล่อกว่าในทีวี นายอนุชา ยิ้มและตอบว่า เป็นสิ่งที่เราจะบอกว่าเราต้องลงไปเจอประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเขาได้สัมผัส เขาจะเห็นว่า เราเป็นคนที่เข้าถึงง่าย บางทีดูในทีวีเห็นว่าเป็นคนพูดสุภาพ เสียงไม่ดัง ไม่เคยพูดว่าใคร ทำให้เขามองว่าจะไปไหวหรือไม่ แต่พอได้พูดคุยกัน เขาก็เห็นถึงความตั้งใจ เราตื่นกันมาแต่เช้ากว่าจะกลับบ้านก็มืด ประชาชนเริ่มเห็นความตั้งใจของเรา และจะเห็นว่า หัวหน้าพรรคตื่นตั้งแต่เช้า มาร่วมหาเสียงกับคณะผู้สมัครฯ รวมถึงผู้ใหญ่ในพรรค ที่จะเป็นองคาพยพของพรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้าพบปะประชาชน ให้ได้มากที่สุด ตลอดระยะเวลาที่เหลืออยู่

“วันที่ 17 มิ.ย. นี้ จะมีการปราศรัยย่อย ซึ่งจะมีการนำเสนอนโยบายสิ่งที่ประชาชนอยากได้ยิน อยากได้เห็น และเป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนการปราศรัยใหญ่นั้นจะต้องพูดคุยกันอีกครั้ง คาดว่าน่าจะจัดขึ้นในช่วงก่อนเลือกตั้ง” นายอนุชา กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสดรามา กรณีที่มีการเปิดเผยเรื่องการทุจริตซื้อขายตำแหน่งในกรุงเทพฯ ในขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายเข้าไปดูแลจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า นโยบายที่เรานำเสนอตั้งแต่แรกนั้น คือเรื่องของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำหน้าที่ โดยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารจัดการทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ รวมถึงการโยกย้ายข้าราชการต่างๆ ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ได้วางนโยบายเรื่องนี้ชัดเจน ทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ได้เน้นย้ำในเรื่องการทำการเมืองสุจริต เป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันมาตลอด ตนก็จะยึดถือเรื่องนี้ที่จะเข้าไป บริหารราชการ กทม. ถ้าได้รับโอกาส
จากนั้น นายอนุชาและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปหาเสียงกันต่อที่บริเวณตลาดเอกมัย ซอยเอกมัย 30 เขตวัฒนา และแนะนำตัวผู้สมัคร สก. ในโซนกรุงเทพตะวันออก ที่ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ก่อนที่ช่วงเย็นจะเดินถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์.




