กระแสการดื่มค็อกเทล และของหวานที่ใช้ไนโตรเจนเหลว เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ควันสีขาวพวยพุ่งในบาร์ และร้านอาหารทั่วโลก กำลังถูกตั้งคำถามถึงความปลอดภัยอย่างหนัก เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากสหรัฐอเมริกา และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ออกโรงเตือนว่า ความสวยงามลึกลับที่เห็นนั้น อาจแฝงไปด้วยอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการทำลายอวัยวะภายในอย่างรุนแรง ไนโตรเจนเหลวซึ่งมีอุณหภูมิต่ำถึง -196 องศาเซลเซียส มักถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความน่าตื่นตาตื่นใจ แต่หากดื่มเข้าไปในขณะที่ของเหลวยังระเหยไม่หมด มันจะสร้างปฏิกิริยาที่น่าสะพรึงกลัวภายในร่างกาย เนื่องจากเมื่อไนโตรเจนเหลวเข้าสู่ทางเดินอาหารที่มีอุณหภูมิอุ่นกว่า มันจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นแก๊สทันที และขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่าในเสี้ยววินาที ส่งผลให้กระเพาะอาหารขยายตัวอย่างรุนแรงเหมือนลูกโป่งที่ถูกอัดลมจนเกินพิกัด และแตกออกภายใต้แรงดันมหาศาล ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นจริงกับหญิงสาวชาวอังกฤษวัย 18 ปี ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน เพื่อตัดกระเพาะอาหารทิ้งทั้งหมด หลังจากดื่มค็อกเทลชนิดนี้ในงานวันเกิดของตนเอง

นอกจากอันตรายจากการขยายตัวของแก๊สแล้ว อุณหภูมิที่เย็นจัดยังทำให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อถูกทำลาย จากความเย็นจัดอย่างรุนแรง (Cryogenic burns) ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ปาก หรือหลอดอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นแผลเน่า และสูญเสียการทำงานของอวัยวะได้ถาวร แม้ว่าตัวไนโตรเจนเองจะไม่ใช่สารพิษ แต่คุณสมบัติทางกายภาพของมันในสภาพของเหลว ถือเป็นอาวุธร้ายแรง หากนำมาใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน จึงให้คำแนะนำที่สำคัญว่า แม้ควันสีขาวจะดูน่าดึงดูดเพียงใด

แต่วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ “การรอจนกว่าควันจะจางหายไปจนหมด” เพื่อให้มั่นใจว่าไนโตรเจนเหลวได้ระเหยกลายเป็นไอไปจนสิ้นซาก ก่อนที่จะสัมผัสหรือดื่มเครื่องดื่มนั้น ๆ เพราะความล่าช้าเพียงไม่กี่นาทีในการรอนั้น อาจหมายถึงการรักษาชีวิต และอวัยวะของคุณให้ปลอดภัยจากโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ที่มาและภาพ : insight korea, freepik