เมื่อวันที่ 7 ม.ค. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึง กกต. เพื่อตรวจสอบนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค ที่ขนทีมผู้สมัคร สส. ไปเต้นหาเสียงบริเวณสยามสแควร์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ว่า เข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ ที่อาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (3) หรือไม่ และตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมว่ามีทีมผู้สมัคร สส. รายใดร่วมเต้นตามข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า ได้ติดตามการหาเสียงของพรรคและผู้สมัครต่าง ๆ มาโดยตลอดช่วงเวลาที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง พบหลายกรณีที่อาจฝ่าฝืนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้เป็นกรณีการหาเสียงโดยมีการเต้นท่าเกาหลังมีอุปกรณ์ประกอบที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีการเผยแพร่ตามสื่อสารมวลชนต่างๆ  อีกทั้งวันที่ 4 ม.ค.  พรรครักชาติ โพสต์คลิปหาเสียงผ่านบัญชีเฟซบุ๊กหลังจากนายเจษฎ์ และนายชัยวุฒิ ขนทีมผู้สมัคร สส. สร้างกระแสทางเลือกสู่วัยรุ่นสยามสแควร์ เมื่อวานที่ผ่านมาพร้อมกับผลักดันนโยบายพรรค และรับฟังเสียงสะท้อนคนรุ่นใหม่

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2568  กกต.ได้เผยแพร่ข่าวระบุว่า พร้อมรับสมัคร สส.เขต เข้มตรวจสอบสิทธิเตือนได้เบอร์แล้ว ห้ามจัดรื่นเริง โดยมีรายละเอียดบางส่วนระบุว่า “ผู้สมัครเมื่อได้เบอร์แล้ว เตือนว่าห้ามจัดให้มีมหรสพ หรือการรื่นเริงโดยเด็ดขาด สามารถขึ้นรถแห่ได้ แต่ไม่ให้มีมหรสพดนตรี หรือกลองยาว ทั้งนี้มาตรา 73 (3) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 บัญญัติว่า “มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ (3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ

นายเรืองไกร กล่าวต่อไปว่า ข้อเท็จจริงตามข่าวจะเห็นได้ว่าการเต้นมีการใช้ไม้เกาหลังประกอบด้วย  ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามความในมาตรา 73 (3) ประกอบแนวคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ 196/2567 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13545/2556 รวมทั้งความหมายของคำว่า “มหรสพ” และ “รื่นเริง” จากพจนานุกรม กรณีจึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต. ตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ทั้งนี้ขอให้ กกต. เรียกพยานหลักฐานจากสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาประกอบการพิจารณาด้วย.