เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตามหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พบว่านอกจากบ้านเรือนของชาวบ้านที่พังเสียหายจากลูกระเบิดของกัมพูชาแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะในครั้งนี้คือ “สวนทุเรียน” โดยผู้สื่อข่าวได้ไปเจอกับสวนทุเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากชายแดนเพียง 2 กิโลเมตร โดยเจ้าของสวนได้พาผู้สื่อข่าวไปดูต้นทุเรียน ที่ถูกสะเก็ดระเบิด บางต้นกิ่งหักพังเสียหาย บางต้นยืนแห้งตายเพราะขาดนํ้า

นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ อายุ 55 ปี เจ้าของสวนทุเรียน เปิดเผยว่า สวนทุเรียนของตนอยู่ตรงแนววิถีกระสุน ลูกกระสุนทั้งสองฝั่งระหว่างไทย-กัมพูชา จะยิงข้ามสวนทุเรียนตนไปมาตลอดทั้งการรบกันทั้ง 2 รอบ ซึ่งในแต่ละรอบ ทำให้ต้นทุเรียนของตนถูกลูกระเบิด BM-21 ได้รับความเสียหาย ยืนต้นตาย ทุกวันนี้ตนยังรู้สึกเป็นกังวลกลัวว่าจะเกิดเหตุยิงปะทะกันครั้งที่ 3 เพราะครั้งที่ผ่านๆ มาตนต้องอพยพหนี ตนกลัวว่าจะทำให้ต้นทุเรียนเกิดความเสียหาย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุเรียนกำลังเริ่มออกดอกจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

นายสนองศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกันครั้งที่ 1 ยังดีที่ตนได้เก็บผลผลิตออกไปเกือบหมด เหลือเป็นบางต้นที่ถูกแรงสั่นระเบิดทำให้ลูกทุเรียนตกลงมาเสียหาย แต่มาการปะทะรอบ 2 ที่ตนต้องอพยพออกนอกพื้นที่ ตนก็เป็นห่วงต้นทุเรียนมากกลัวว่าขาดน้ำแล้วยืนต้นตาย พอช่วงเหตุการณ์ยิงปะทะกันเบาลง ตนก็จะแอบเข้ามารดน้ำทุเรียนในตอนดึก หรือใกล้สว่าง รีบรดให้เสร็จแล้วก็รีบออกจากพื้นที่ไป ถ้าจะปล่อยทิ้งไว้ตนก็รู้สึกเสียดายเพราะตนใช้งบประมาณในการลงทุนทำสวนไปเยอะ ถ้าปล่อยให้เสียหายยืนต้นตาย ตนไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร เพราะรัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยเหลือในส่วนที่ทุเรียนขาดน้ำตาย รัฐบาลช่วยแต่กรณีทุเรียนเสียหายจากการถูกลูกระเบิด

“ครั้งแรกที่ต้นทุเรียนตนโดนลูกระเบิดแล้วยืนต้นตาย รัฐบาลชดใช้ให้ต้นละ 3,000 บาท ตนคิดว่าไม่คุ้มกับสิ่งที่ตนลงทุนมา เพราะทุเรียนต้นหนึ่งตนขายปีหนึ่งก็ได้มากกว่า 3,000 บาท ต้นๆ หนึ่งออกลูกมากมีมูลค่านับหมื่นบาท ปีที่ผ่านมาตนเก็บผลผลิตได้ล้านกว่าบาท แต่ถ้าเกิดการปะทะครั้งที่ 3 แล้วปีนี้เก็บผลผลิตไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายมูลค่าเป็นหลักล้านบาท” เจ้าของสวนทุเรียน กล่าว

เจ้าของสวนทุเรียน กล่าวอีกว่า นอกจากสวนทุเรียนที่โดนสะเก็ดระเบิดแล้ว บ้านในสวนก็ยังโดนสะเก็ดระเบิดด้วย ตนอยากวอนให้รัฐบาลช่วยเหลือและดูแลให้ทั่วถึง เพราะบางคนมีบ้านหลายหลัง มีโรงเรือนถูกสะเก็ดระเบิดพังเสียหายหลายหลัง หน่วยงานที่สำรวจไปแค่บ้านหลังเดียว ไม่สำรวจตรงจุดอื่นที่โดนสะเก็ตระเบิดด้วย ใครจะไปคิดว่าเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีใครได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ใครจะไปแยกบ้านเลขที่ได้ทันในเวลา.