เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย เขตดอนเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ Restart (รีสตาร์ท) ประเทศไทย สร้างโอกาสให้คนตัวเล็กและคนรุ่นใหม่เข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำที่กู้ได้จริง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ฟื้นเศรษฐกิจไทย  ด้วยกองทุนสร้างไทย 300,000 ล้านบาท ว่า นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงทางการเงินที่ทำให้คนตัวเล็กไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ เพื่อเป็นอาวุธสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้โอกาสเอสเอ็มอี พ่อค้าแม่ขาย และคนรุ่นใหม่ที่ถูกทอดทิ้งจากระบบธนาคารพาณิชย์ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้จริงใคร ๆ ก็กู้ไปทำทุนได้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า นโยบายนี้ไม่ใช้งบประมาณรัฐสักบาทเดียว โดยการออกพันธบัตรรัฐบาล ผลตอบแทน 3 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำเงินฝากของผู้มีอันจะกิน รวมทั้งเงินฝากของกองทุนต่าง ๆ จำนวนเป็นล้าน ๆ บาท ที่ปัจจุบันได้รับดอกเบี้ยไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ มาจัดตั้งกองทุนสร้างไทย จำนวน 300,000 ล้านบาท เพื่อนำมาให้เอสเอ็มอีผู้ประกอบการรายเล็ก และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเงินทุนในการประกอบอาชีพ ได้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพียงเดือนละ 1 เปอร์เซ็นต์ ที่กู้ได้จริง เพื่อฟื้นฟูธุรกิจและเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่านโยบายนี้เปรียบเสมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 3 ตัว คือ 1.คนตัวเล็ก ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือน แทนการกู้หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือน 2.ผู้ที่มีเงินฝากในธนาคาร ซึ่งมีจำนวนหลายแสนล้าน ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น จากดอกเบี้ยไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นได้รับผลตอบแทนสูงถึง 3 เปอร์เซ็นต์ 3.ไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐ แถมรัฐยังได้กำไรส่วนต่าง 9 เปอร์เซ็นต์ จากต้นทุนดอกเบี้ยพันธบัตร 3 เปอร์เซ็นต์ ไปปล่อยกู้ 12 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี เพื่อไปบริหารจัดการความเสี่ยง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำว่า โมเดลนี้คือทางออกในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเป็นการประสานประโยชน์ระหว่างผู้ที่มีเงินออมซึ่งต้องการดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น กับคนตัวเล็กที่ต้องการแหล่งเงินกู้ที่กู้ได้จริงเพื่อไปทำมาหากิน นโยบายนี้จึงไม่ใช่การแจกเงินที่ใช้แล้วหมดไป แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืน ช่วยดึงประชาชนออกจากวงจรหนี้นอกระบบที่กัดกินสังคมไทยมานาน และที่สำคัญที่สุดคือเป็นการบริหารจัดการงบประมาณโดยไม่ต้องใช้ภาษีของประชาชนมาเป็นต้นทุน