เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ จำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมีการกล่าวหาถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กับ กรรมการ ป.ป.ช. ว่ามีส่วนเชื่อมโยง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า หน้าที่ของตนเองในการแถลงวันนี้ได้เชิญ พ.ต.อ.นิติกรณ์ ระวัง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.8 ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในการตรวจค้นบ้านพักของนายสุรสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวของกรรมการ ป.ป.ช. และเป็นผู้รับทองคำจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ซึ่งนั่งมาในรถประจำตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2567 ทั้งนี้ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยึดหลักความเป็นธรรมโปร่งใส กรอบของกฎหมาย พิสูจน์ข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม
โดยก่อนลงรายละเอียด ทางคณะตำรวจได้เปิดคลิปวิดีโอประกอบเนื้อหาเกี่ยวกับการสอบปากคำพยานในคดี ซึ่งพยานคนดังกล่าวยอมรับว่าไปที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ ซึ่งเป็นจุดในการส่งมอบทองคำจริง ทั้งนี้ตัวพยานยืนยันว่าเป็นเพียงผู้รับคำสั่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พยานรายดังกล่าวได้เคยแจ้งความกลับ ชุดที่สืบสวนว่ามีการบังคับ ขู่เข็ญ เข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ถูกบังคับสอบปากคำและควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉาง นานกว่า 13 ชั่วโมง ซึ่งหลักฐานจากคลิปที่เปิดเผยต่อสื่อมวลชนมีความยาวประมาณ 3 นาที โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่าความยาวคลิปเต็มกว่า 3 ชั่วโมง
หลังจบคลิป พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า บรรยากาศการสอบปากคำที่เกิดขึ้น ชุดสืบสวนทำตามขั้นตอนปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การอ่านหมายค้นตรงตามกับคดีที่มีการแจ้งผู้ถูกกล่าวหาในฐานะพยาน อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาสมัครใจไปสถานีตำรวจกับเจ้าหน้าที่เอง แม้ทางตำรวจจะเปิดโอกาสให้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปด้วยตัวเอง แต่อ้างว่าขับรถไม่เป็น อีกทั้งในที่เกิดเหตุยังมีหญิงสาวคนสนิทอยู่ด้วยไม่ได้อยู่เพียงลำพัง จึงเป็นการยืนยันได้ว่าการแสดงออกวันนั้นทั้งภาษากายและคำพูดของชุดสืบสวนไม่ได้มีการบังคับหรือข่มขู่ตัวพยาน
ส่วนกรณีที่นายสุรสิทธิ์ ลงบันทึกประจำวันไว้ว่าตำรวจมาขอตรวจค้นยาเสพติด รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ทางชุดสืบฯ ยืนยันว่าการอ่านหมายค้นเป็นการอ่านหมายตามปกติ การสอบถามว่าในสถานที่ดังกล่าวยังมียาเสพติดหรืออาวุธปืนหรือไม่นั้น ถือเป็นบทพูดปกติของการอ่านหมายค้นที่ต้องมีการพ่วงส่วนนี้เข้ามาด้วย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า การสอบปากคำของสุรสิทธิ์ ใช้เวลาอยู่ในสถานีตำรวจ 18.00 น. ของวันที่ 25 ธ.ค. 2568 – 07.00 น. ของวันที่ 26 ธ.ค. 2568 ห้องสอบสามารถเปิดประตูได้ตลอดเวลา เพื่อให้พยานพบกับผู้ที่ติดตามมา ซึ่งยืนยันว่าพยานไม่ได้ถูกบังคับมา หรือกดดันให้อยู่เพียงคนเดียว อีกทั้งมีผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน 8 อยู่ด้วย ในส่วนข้อมูลที่นายสุรสิทธิ์ ให้กับเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าตัวเองเป็นเพียงผู้รับคำสั่ง ทางพนักงานสอบสวนเองก็เชื่อตามที่นายสุรสิทธิ์พูด หลังสอบปากคำเสร็จให้นายสุรสิทธิ์ เขียนบันทึกคำให้การเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกคำให้การ และส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป.
ด้าน พ.ต.อ.นิติกรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ทำการตรวจค้นเดินทางไปด้วยรถยนต์ 2 คัน รวมเจ้าหน้าที่ 7 คน เพื่อเชิญตัวพยานมาที่สถานีตำรวจ สีหน้าแววตานายสุรสิทธิ์ ผ่อนคลายบางช่วงมีการหยอกล้อกัน สุดท้ายแล้วไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ตำรวจไม่จำเป็นต้องใช้มนต์สะกดอะไรเพื่อให้พยานอยู่ 13 ชั่วโมง เพราะการให้ปากคำของนายสุรสิทธิ์ ยืนยันได้ว่าเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น
ส่วนการที่นายสุรสิทธิ์ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกชุดสืบสวนบังคับข่มขู่ที่สถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม มีนัยแอบแฝงอย่างไรหรือไม่ เนื่องจากผู้กำกับฯ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนตำรวจกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นั้น รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างไร ขอให้ผู้สื่อข่าวสอบถามโดยตรงไปที่ผู้กำกับฯ อีกทั้งไม่ทราบว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ อดีตรอง ผบ.ตร.
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางออกจากต่างประเทศไปแล้วนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบไม่มีข้อมูลในส่วนนี้
ขณะนี้คดีสินบนทองคำมีการแจ้งข้อกล่าวหา 2 บุคคล 1.พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พักพาล ผู้ต้องหาที่ 1 ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วที่ บก.ปปป. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา กระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ ป.อาญา มาตรา 167, ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐเพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ตามมาตรา 176
2.นายสมบัติ ผู้ต้องหาที่ 2 ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วที่ บก.ปปป. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหากระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใด อันมิชอบด้วยหน้าที่ ป.อาญา มาตรา 167, ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ตามมาตรา 176



