เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นำโดย นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดกิจกรรม “Kick off : พินิจสีขาว เพิ่มโอกาสใหม่ สร้างพื้นที่ปลอดยาเสพติด 100%” โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยได้รับเกียรติจากนายศุภชัย ใจสมุทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนนางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจฯ ฝ่ายปฏิบัติการ นางสุจิตรา แก้วไกร รองอธิบดีกรมพินิจฯ ฝ่ายบริหาร นางปรีดา วิสาโรจน์ รองอธิบดีกรมพินิจฯ ฝ่ายพัฒนา เข้าร่วม

นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวรายงานว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินงานภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน Quick Big Win ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการแก้ไขปัญหาภัยสังคม และนโยบายเชิงรุกภายใต้การทำงานที่รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการมุ่งเน้นการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการยกระดับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูให้ตรงกับสภาพความเป็นจริง กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงขานรับนโยบายสู่การปฏิบัติจริง เพื่อมุ่งสู่ภารกิจสำคัญในการยกระดับการทำงานสู่มาตรการขั้นสูงสุดในการดำเนินงานด้านการป้องกัน บำบัด แก้ไข ฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง และสร้าง “พินิจสีขาว” ที่ปลอดภัยและโปร่งใส 100% ทั้งนี้กรมพินิจฯ ได้เริ่มต้นโครงการด้วยการแจกชุดตรวจสารเสพติดให้กับหน่วยงานภายในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อให้แต่ละหน่วยนำชุดตรวจดังกล่าวใช้คัดกรองเจ้าหน้าที่ เด็กและเยาวชนทุกคนอย่างเข้มข้น

นายโกมล กล่าวถึงที่มาของการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ว่า กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มีความมุ่งมั่นดำเนินงานตามภารกิจหลักด้านการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิสวัสดิภาพ ตลอดจนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อยกระดับการดูแลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างปกติสุขโดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ และจากการวิเคราะห์สถิติคดีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พบข้อบ่งชี้สำคัญว่า เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ มีสัดส่วนการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษสูงเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็นร้อยละ 25.58 ของคดีทั้งหมด และผลการคัดกรองพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดของเด็กและเยาวชนที่ถูกควบคุมตัว พบว่า ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มผู้เสพ โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 72.18 และจากข้อบ่งชี้ดังกล่าว ถือเป็นหน้าที่สำคัญของกรมพินิจฯ โดยหน่วยงานในสังกัดกรมพินิจฯ ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 จำนวน 57 แห่งทั่วประเทศ ต้องดำเนินการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูให้เด็กและเยาวชนทุกรายได้รับการคัดกรองและจำแนกปัญหาการใช้ยาเสพติด เพราะจะได้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูที่เหมาะสมกับสภาพปัญหา ซึ่งเด็กและเยาวชนที่ไม่ได้ถูกควบคุมตัวและมีประวัติการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะดำเนินการประสานส่งต่อเข้ารับการบำบัดระบบรักษาใจ ณ สถานพยาบาลในบ้าน

ส่วนเด็กและเยาวชนในสถานควบคุม จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามรูปแบบ Youth Modified – FASTIC (YM-FASTIC) เป็นการบำบัดที่บูรณาการแนวคิดชุมชนบำบัดควบคู่ไปกับแนวทางการบำบัดเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ได้กำหนดให้ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยาเป็นศูนย์ฝึกและอบรมเฉพาะทางด้านการบำบัดสารเสพติดเพื่อรองรับเด็กและเยาวชนที่มีผลการคัดกรองจัดอยู่ในกลุ่มผู้ติด มีการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยโดยการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถี (Halfway House) เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยหรือไม่สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลในครอบครัวหรือไม่ปลอดภัย หรืออยู่ในระหว่างจัดหางานเพื่อประกอบอาชีพ ฝึกวิชาชีพ หรือฝึกทักษะชีวิต และการติดตามดูแลภายหลังปล่อย 1 ปี เพื่อดูแล สงเคราะห์ ช่วยเหลือ และส่งต่อ เพื่อป้องกันการกระทำผิด

นายโกมล กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนนั้น บุคลากรทุกระดับของกรมพินิจฯ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและเป็นต้นแบบแห่งความถูกต้อง ก่อนจะส่งมอบระเบียบวินัยและการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูที่มีคุณภาพให้กับเยาวชน ด้วยเหตุนี้กรมพินิจฯ จึงได้จัดสรรและส่งมอบชุดตรวจสารเสพติด จำนวนกว่า 30,000 ชุด ให้แก่หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อใช้ตรวจหาสารเสพติดอย่างเข้มข้นในบุคลากร และเด็กและเยาวชน ซึ่งมีทั้งสิ้น 8,027 คน นับเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุด โอกาสนี้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ขอประกาศเจตนารมณ์ และให้คำมั่นสัญญาครั้งสำคัญในการยกระดับมาตรการสูงสุดเพื่อต่อต้านยาเสพติดอย่างแน่วแน่ และดำเนินงานให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงได้จัด โครงการพินิจสีขาว มอบโอกาสใหม่ สร้างพื้นที่ปลอดยาเสพติด 100% ขึ้นมา.