หลังจากที่นักแสดงหนุ่ม “หยวน กวินรัฏฐ์” ได้โพสต์คลิปแสดงทัศนะเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่าให้ “เลือกประเทศไทย อย่าเลือกแค่คน” พร้อมเตือนเรื่องระบบอุปถัมภ์ที่เอาพรรคพวกและญาติพี่น้องเข้ามาทำงานจนประเทศพัง ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป กลับกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาวเน็ตบางกลุ่มที่เข้ามาคอมเมนต์ตำหนิอย่างรุนแรง

ล่าสุด หยวน กวินรัฏฐ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งผ่านคลิปชี้แจง โดยระบุว่า “แค่คลิปเดียว ไม่คิดว่าขนาดนี้ ด่าผมฉ่ำเลย” พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้มีเจตนาโจมตีพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ต้องการกระตุ้นให้ประชาชนใช้สติในการเลือกผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ โดยสรุปประเด็นสำคัญว่า “ก่อนหน้านี้ได้ลงคลิปว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่รู้จะเลือกใครมีใครเป็นเหมือนผมบ้างไหม ซึ่งผมก็ไม่ได้ชี้นำให้เลือกพรรคไหนและไม่ได้โจมตีพรรคไหนเลย โดยก็มีบางคนบอกว่าตนไม่หาความรู้หรือเปล่าเลยไม่รู้จะเลือกใคร โถ อยากจะตอบกลับไปว่าที่มานั่งดีเบต กี่ครั้งแล้วที่นโยบายโคตรดี แต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นดีบูด การที่คุณโต้วาทีบนเวที คือมันไม่ได้หมายความว่า คุณมีมันสมอง การที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตอนนั้นแล้วมันจะเป็นบทสรุปเลย คุณจะแก้ไขปัญหาประเทศได้ ไม่ใช่เลยทุกคน นโยบายดีไม่ใช่ว่าจะทำได้ต้องดูผลงานว่ามันมีจริงไหม ผลงานที่ผ่านมาทำได้อย่างที่ปากพูดหรือเปล่า ประชาชนต้องเจ็บช้ำกี่ครั้ง เพราะพูดได้แต่ทำไม่ได้

อีกทั้งยังได้สวนกลับชาวเน็ตที่เข้ามาบอกว่าตนไม่มีความรู้อีกว่า “ได้ไปทำการบ้านมาแล้ว ถึงประเด็นที่ตนพูดว่า อย่าเลือกคนให้เลือกประเทศ เอาประเทศเป็นสำคัญแล้วแบบนี้จะเลือกอย่างไร หยวนได้ตอบว่า ปัญหาแรกของนักการเมืองไทยคือไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีการคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศ ปัญหานี้แทนที่ผลประโยชน์จะไปตกที่คนทั้งประเทศแต่กลายเป็นว่าผลประโยชน์ดันกระจุกอยู่ที่คนกลุ่มเดียว ตนถึงได้พูดว่า ไม่เอาเพื่อน ไม่เอาญาติ ไม่เอาครอบครัว เพราะคนกลุ่มนี้เอาพรรคพวกมาโกยผลประโยชน์ไม่ได้มาช่วยพัฒนาประเทศ ซึ่งคนที่เจ๋งจริงๆ จะไม่สนใจว่าใครเป็นญาติหรือเป็นครอบครัว เมื่อไม่ทำงานก็พร้อมเอาออก แต่โดยส่วนใหญ่นักการเมืองมีมายด์เซต เอาญาติ เอาครอบครัวเข้ามา สุดท้ายผลประโยชน์ก็เอื้อให้กับพรรคพวกตัวเอง ปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาระดับโลกที่มีการวิเคราะห์มาแล้ว ว่าประเทศที่ไม่มีความเจริญหรือเจริญได้ไม่ยั่งยืน เพราะมีการคอร์รัปชันสูง”

“2 การดีเบตที่มาพูดถึงนโยบายต่างๆ นานา มีนโยบายมากันเต็มโคตรเยอะ โคตรดี แต่นโยบายดี ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้ สิ่งที่ต้องดูคือผลงานก่อนหน้านี้มันมีจริงๆ ไหม ผลงานที่ผ่านมาทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า ประชาชนต้องเจ็บช้ำมากี่ครั้ง เพราะพูดแต่ทำไม่ได้ เก่งแต่พูด หลายคนมีโอกาสที่จะทำแต่ไม่เคยทำ ก่อนเลือกตั้งพูดยังไง หลังเลือกตั้งทำอีกอย่างหนึ่ง นโยบายที่ประเทศจะเจริญได้ เป็นนโยบายระยะสั้น เพื่อเอามาพูดแก้ไข้ปัญหาเฉพาะหน้า ล่อซื้อคนรายได้ต่ำเพื่อให้เลือก แต่นโยบายเดียวที่จะทำให้ประเทศยั่งยืนได้คือนโยบายระยะยาว ไม่ใช่นโยบายที่หลอกล่อให้ไปกากบาท สุดท้ายก็คดีพลิก แบบนี้กี่ครั้งแล้ว”

“อย่างที่ 3 การเห็นต่าง การที่มีคนเห็นต่างแล้วไปฟาดฟันเขาเหมือนเขาเป็นคนร้าย ต้องเข้าใจในกติกา ระบอบประชาธิปไตยคืออะไร มีคนเห็นต่างก็แค่รับฟัง ระบอบประชาธิปไตย กติกาคือไม่มีการทำร้ายซึ่งกันและกัน ไม่ดูถูก บูลลี่ความคิดต้องรับฟังเข้าใจ ปรับและแก้ไข เพราะอดีตที่ผ่านมามีให้เห็นอยู่แล้วว่ารัฐบาลไหนไม่เคารพกติกา ทำงานเร็วจริงแต่สร้างสิ่งหนึ่งที่เสียหายมากคือความขัดแย้งของประเทศมันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่ต้องจ่ายคือประเทศไทยต้องจ่ายความขัดแย้งนี้ด้วยราคาที่แพงที่สุด และคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชน ประเทศไม่เจริญไม่ประสบความสำเร็จมัวแต่ตีกันไม่ได้บริหารประเทศ”

“อย่างที่ 4 วิสัยทัศน์ระยะยาว ที่ต้องให้ความสำคัญคือเศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม เทียบกับต่างประเทศเขาไปกันถึงไหนแล้ว มีให้เรียนฟรี สิ่งแวดล้อมทุกวันนี้หายใจเอาอากาศเข้าไปมีแต่ฝุ่น อีกทั้งสภาพแวดล้อมอื่นๆ พูดเดือนหนึ่งก็ไม่จบ อย่าไปตกหลุมพรางนโยบายระยะสั้น”

“ต่อมาคือความสามารถในการลดความขัดแย้ง คนที่จะเข้ามาไม่ควรเข้ามาสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้ความขัดแย้งลดลง ไม่ใช่ว่าพอมีอำนาจก็พร้อมจะฟันดะ แบบนี้ประเทศไม่สามัคคี ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองไหน แค่พูดให้ฟัง เพราะผ่านประสบการณ์มาทั้งชีวิตถึงได้ออกมาพูด สังเกตได้จากผู้นำคนไหนที่ชนะศึกครั้งนี้ด้วยความแตกแยก ประเทศก็จะเละไม่เหลืออะไรเลย ผลลัพธ์คือต้องมานั่งแก้ปัญหานี้แทนที่จะได้ไปพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้น ก็กลับกลายเป็นแย่ลง เพราะมัวแต่ต้องมาเคลียร์กับคนในประเทศกันเอง”

“สุดท้ายคือความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ อันนี้ไม่เคยเห็นเลย จะมีไหมสักคนที่ทำผิดแล้วยอมรับพร้อมลาออก มีแต่โยนความผิดให้คนอื่น ต่างประเทศผิดพลาดปุ๊บก็ออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ทุกคนที่ฟังอยู่คิดว่าจริงไหม ว่าคนที่จะเข้ามาเขารู้ปัญหาของประเทศจริงๆ หรือเปล่า หรือแม้แต่ในเขตเขารู้ปัญหาของเขตนั้นๆ จริงไหม ถ้าเขาไม่รู้จริงแล้วจะแก้ปัญหายังไง ขอบคุณทุกความเห็นที่ชี้แนะ ยินดีรับฟังและหวังว่าทุกคนจะไปสิทธิอย่างถูกต้อง”

ขอบคุณภาพจาก: Kawinrath Josamornsoontorn