เมื่อวันที่ 8 ม.ค. เวลา 17.30 น. ที่มูลนิธิเทียนฟ้า ถนนเยาวราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงพื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพฯ ว่า ทั้งกรุงเทพฯ ถือว่าเป็นพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยสนับสนุนเรามานานพอสมควรในหลายสมัย แต่แน่นอนว่าจากผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ จึงทำให้ครั้งนี้ต้องทำงานหนัก แต่ในทุกเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะมีผู้สมัครที่ตัดสินใจเข้ามาลงสมัคร ยังเป็นคนใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าคนกรุงเทพฯ จะให้โอกาส

เมื่อถามว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีการแบ่งเวลาลงพื้นที่หาเสียงอย่างไรให้ทั่วถึง เพราะต้องไปดีเบตในรายการโทรทัศน์ และใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพียงแต่ที่ปรับเวลาไม่ได้คือกรณีที่ต้องไปออกรายการดีเบตตามสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ นอกจากนั้นเราก็พยายามจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ในแง่ของการเดินทางไปปราศรัยต่างจังหวัด ส่วนระยะเวลาที่เหลือสอดแทรกตรงไหนได้ ก็สามารถมาเดินลงพื้นที่ในกรุงเทพฯ ได้อยู่แล้ว โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีการจัดปราศรัยใหญ่ 2 ครั้ง คือ วันที่ 11 ม.ค.ที่สวนเบญจสิริ และวันที่ 6 ก.พ.ที่ วัน แบงค็อก

ต่อข้อถามถึงยุทธศาสตร์ดาวกระจายเพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศได้วางแผนอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วมีผู้ที่สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ แม้กระทั่งอดีต สส. และอดีตรัฐมนตรี ที่พร้อมมาช่วย อย่างในพื้นที่ภาคใต้มีผู้อาวุโสหลายท่านที่จะเดินสายไปพบปะกับประชาชน

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายเฉพาะสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเอาใจคนกรุงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีนโยบายตอบโจทย์คนกรุง แต่อย่าถามว่านโยบายหนึ่งนโยบายใดเพราะกรุงเทพฯ มีความหลากหลายมาก แต่ละกลุ่มก็มีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน เช่น คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานอยู่แล้ว เราก็มีนโยบายในเรื่องลดภาษี 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี จากเดิม 20,000 กว่าบาท สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ ไม่มีสัญญา เราจะทำให้เกิดการทำสัญญาเพื่อความมั่นคงทางอาชีพมากขึ้นสามารถไปกู้ได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคนที่ต้องดูแลผู้สูงวัย หรือตัวผู้สูงอายุเอง ก็มีนโยบายที่ตอบโจทย์ในเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การปรับปรุงบ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีบ้านแต่ไม่มีรายได้ สามารถนำบ้านไปแปลงเป็นสินทรัพย์ เป็นเงินมาเลี้ยงชีพได้ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายของคนกรุง เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องของฝุ่น PM 2.5

เมื่อถามว่าหลายพรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคมีนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ไม่ได้เจาะจงอยู่ที่เมืองกรุง เพราะเราพูดถึงการที่จะขุดลอกแม่น้ำ สายที่ 2 เพื่อเป็นทางระบายน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนั้นก็คงต้องประสานงานกับกรุงเทพมหานครและท้องถิ่น ในอีกหลายเรื่อง

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามถึงความรู้สึกหลังการกลับมาลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีที่ได้กลับลงมาสู่สนามเลือกตั้ง เพราะประชาชนให้การตอบรับที่ดี และจากการที่ไปพบประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ต่าง ๆ ให้การต้อนรับอบอุ่น และเชื่อว่าพรรคจะได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลแปรเป็นจำนวนของ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่มากขึ้นอย่างแน่นอน