จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนออกแถลงการณ์มีเนื้อหาเพียงว่า ด้วยความสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชา กระทรวงความมั่นคงสาธารณะได้ส่งคณะทำงานเฉพาะกิจไปที่ประเทศดังกล่าว และประสบความสำเร็จในการควบคุมตัวนายเฉิน จื้อ จากกรุงพนมเปญ กลับมายังจีน เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยกัมพูชายืนยัน การจับกุมพลเมืองจีน 3 คน ได้แก่ นายเฉิน จื้อ นายสวี จีเหลียง และนายเส้า จีฮุย เมื่อวันที่ 6 ม.ค. และมีการส่งตัวทั้งสามคนกลับไปยังจีนแล้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์” อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจ “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” โดยเผยว่ากัมพูชาตัดสินใจถอนสัญชาติและส่งตัว เฉินจื้อ เจ้าของ Prince Group ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ ฮุน เซน ให้จีน เพื่อแลกความอยู่รอด

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ความยากจนของกัมพูชา กับการมีเงินมหาศาล ของเฉินจื้อ เจ้าของ Prince Group ซึ่งสนิทสนมกับ ฮุน เซน และใช้เงินสีเทา ช่วยเหลือทุกผู้คนในกลุ่มนาย ฮุน เซน รวมถึงกองกำลัง BHQ ด้วย แต่การเอาตัวรอด ทำให้กัมพูชาต้องเสียสละมิตรรักให้กับจีน แลกความอยู่รอดของตัวเอง โดยเสียสละนายเฉินจื้อ ด้วยการถอนสัญชาติกัมพูชา ส่งตัวให้จีน ทันที”

“ตอนเจรจายุติการรบระหว่างไทย กับ กัมพูชานั้น จีนมอบเงินให้กัมพูชา เพื่อมนุษยธรรมไปแล้ว 20 ล้านหยวน (ประมาณ 100 ล้านบาท) ก่อนจะมีการส่งตัวนายเฉินจื้อ กัมพูชา ก็ได้รับเงินจากจีนอีกประมาณ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนหน่วยกำจัดทุ่นระเบิด”

อย่างไรก็ตาม “เหตุการณ์นี้ก็แค่อยากจะบอกว่า ฮุน เซน นั้นคบไม่ได้จริงๆ ทำนองเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดเลย ส่วน นายเฉินจื้อ จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนักการเมืองไทยคนไหนก็ไปลุ้นกันเอาเองนะครับ ซึ่งพอดีกับทางรักษาการ รมว.ยธ. เปิดเผยว่ามีนักการเมืองไทย เกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ อีกประมาณ 10 คน งานนี้สนุกแน่ครับ”

ขอบคุณข้อมูล : พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์