“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวถึงประเด็นกีฬาโป๊กเกอร์ในประเทศไทย หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับรองเป็นกีฬา ก่อนที่ กระทรวงมหาดไทย จะประกาศให้กลับไปอยู่ในกลุ่มพนันอีกครั้ง ว่า เราต้องแยกเรื่องของกีฬาออกจากพนัน ตอนนี้เราได้ทำความเข้าใจกับกระทรวงมหาดไทย ว่าเรื่องของพนันเราไม่สนับสนุนอยู่แล้ว ถ้าลักษณะในการจัดการแข่งขันเป็นเรื่องของกีฬาจริง ๆ ไม่ได้มีเรื่องของการเดิมพัน ก็จะถือว่าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กกท. ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ในการดำเนินการของสมาคม เบื้องต้นเลยก็คือห้ามไปจัดการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับการพนัน เราเขียนไว้ชัดเจน และจะมีการลงรายละเอียดมากกว่านั้น ระบุให้ชัดว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพื่อไม่ให้มีการไปล่อแหลมเกี่ยวกับพนันได้

“ตอนนี้ สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ ได้รับการรับรองเป็นกีฬาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการรับรองเป็น “แห่งประเทศไทย” ดังนั้นนักกีฬายังอยู่ภายใต้การดูแลของสมาคม กกท. ยังไม่ได้เข้าไปสนับสนุนเรื่องของงบประมาณใด ๆ ทั้งสิ้น แต่สนับสนุนให้มีการรวมตัวกันจัดกิจกรรมที่จะสร้างนักกีฬาขึ้นมาเพิ่มเติม ซึ่งสมาคมฯ จะต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด แต่เมื่อเขาผลักดันตัวเองจนสามารถเข้าเงื่อนไขจนเป็น “แห่งประเทศไทย” ถึงจะได้รับการพิจารณา ตอนนี้การจัดการแข่งขันแบบเดียวกับที่จัดการแข่งขันในต่างประเทศ มีเงินรางวัลสูง ๆ ในประเทศไทย ยังไม่สามารถทำได้ แต่สามารถจัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันคัดเลือกตัวนักกีฬา แบบนี้ไม่มีปัญหา ยอมรับว่า แม้ว่าจะมีเงือนไขต่าง ๆ ออกมา แต่สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาล ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนหลังจากการเลือกตั้ง”

“ปุณณัตถ์ ปุณศรี (แชมป์โลกคนแรกของไทยและของเอเชีย) เพิ่งจะเข้ามาพบและเขามีความตั้งใจมาก มองว่ากีฬาโป๊กเกอร์มีโอกาสสูงมากที่เด็กไทยจะพัฒนาไปสู่ระดับโลก อย่าง ปุณณัตถ์ เขาจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี เป็นนักกีฬาโป๊กเกอร์ยอดเยี่ยม เป็นนักกีฬาโป๊กเกอร์อันดับ 1 ของโลก ซึ่งกวาดเงินรางวัลมาสูงมากกว่า 300 ล้านบาท ใน 1 ปี ถือเป็นตัวอย่างของเด็กไทยที่มีความพยายาม แม้ว่าทัวร์นาเมนต์ในประเทศยังไม่สามารถจัดการแข่งขันได้แบบในต่างประเทศ แต่ก็ยังเดินทางไปแข่งขันทั่วโลก สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ถือว่าเป็นนักกีฬาที่เป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีนักกีฬาไทยหลายคนเริ่มเดินตาม เริ่มประสบความสำเร็จให้เห็นมากขึ้น” บิ๊กก้อง กล่าว

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ตอนนี้ที่ กกท. ส่วนกลางให้การรับรอง มี 2 สมาคม และได้สั่งให้ระงับการจดทะเบียนไปแล้ว เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ชัดเจน ไม่ว่าเขาจะไปจดที่จังหวัดใดก็ตาม จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เนื่องจากเราไม่อยากให้ภาพของการพนันเข้ามายุ่งเกี่ยว เพราะเรากำลังทำงานเหมือนตอนทำเกี่ยวกับสนุกเกอร์ หรือม้าแข่ง ต้องมีความระมัดระวัง และเมื่อมีเงื่อนไขชัดเจน เราก็จะสามารถเปิดให้แต่ละจังหวัด สามารถรวมตัวกันเป็นสมาคมได้.