เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. และ พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนะพงษ์ รอง ผกก.2 บก.ป. สนธิกำลังตำรวจสากลเปิดปฏิบัติการเหนือเมฆ ตัดวงจรสแกมเมอร์ จับกุมขบวนการม้าถอนเงินและม้าบิน โดยจับกุมคนไทยได้ 8 คน และชาวจีน 2 คน

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจได้ทำการแกะรอยความเคลื่อนไหวขบวนการสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ กระทั่งพบว่ามีการตั้งฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่ในเมืองมาลัย จ.บันเจียนเมียนเตย ประเทศกัมพูชา ห่างจากเมืองปอยเปตราว 50 กม. และแม้จะอยู่ในช่วงย้ายฐาน แต่การหลอกลวงยังคงมีต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเมื่อการฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี หรือบัญชีม้าในประเทศเริ่มถูกตรวจจับง่ายขึ้น คนร้ายจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีที่ซับซ้อนเพื่อให้ยากต่อการติดตามตรวจสอบ ซึ่งจากข้อมูลสืบสวนพบในหลายคดีมีการถอนเงินที่ต่างประเทศ โดยพบว่าในห้วงเดือน ธ.ค. 2568 มีบัญชีม้าไปถอนเงินที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง จำนวน 29 บัญชี จำนวน 82 ครั้ง ยอดเงิน 5,972,866.61 บาท

ด้วยเหตุนี้ พล.ต.อ.ธนา จึงได้สั่งการให้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ประสานข้อมูลกับทางตำรวจสากล ก่อนส่งทีมงานตำรวจไทยไปร่วมแกะรอย สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ก่อนจับกุมคนไทยที่ทำหน้าที่เป็นม้าถอนเงินและม้าบินได้ รวมทั้งขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ที่เป็นบอสคนจีนได้

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินได้แล้ว จะนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงโอนไปยังบัญชีม้าที่เตรียมไว้ จากนั้นก็จะว่าจ้างคนไทยที่รับจ้างบินไปต่างประเทศ หรือที่เรียกว่า “ม้าบิน” ถือบัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยที่เปิดบริการถอนเงินต่างประเทศได้ บินไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มในฮ่องกง และแม้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมถอนเงินข้ามประเทศและรับอัตราแลกเปลี่ยนแต่คนร้ายต้องยอมจ่ายแพงเพื่อความชัวร์ เพราะเชื่อว่าการถอนเงินนอกราชอาณาจักรจะช่วยตัดตอนการติดตามจากตำรวจไทยได้ อย่างไรก็ตามคนร้ายมักเปลี่ยนวิธีการให้ซับซ้อน แต่คงไว้ซึ่งเป้าหมายหลักในการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงออกจากระบบให้เร็วที่สุด