เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เวลา 11.00 น. ที่ตลาดบองมาร์เช่ เขตจตุจักร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แกนนำพรรค ร่วมกันพบปะชาชนพร้อมขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้งให้กับนายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 (เขตหลักสี่-จตุจักร) หมายเลข 14 และพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน โดยบรรยากาศยังเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและแม่ค้าพ่อค้าในตลาดที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รวมถึงได้เข้ามาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ พร้อมขอถ่ายรูปคู่ด้วยเป็นระยะๆ รวมถึงมีแฟนคลับรายหนึ่ง ได้นำกรอบรูปสีขาวที่รวมรูปแฟนคลับรายนี้ถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์ในอดีต และลูกโป่งหัวใจขนาดใหญ่สีขาว ขอบสีฟ้า และตรงกลางลูกโป่งเขียนว่า “Support Abhisit 27” มามอบให้นายอภิสิทธิ์เพื่อเป็นกำลังใจด้วย

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ และคณะพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปลงพื้นที่หาเสียงในตลาด อ.ต.ก. เขตจตุจักร เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 9 (จตุจักร เฉพาะแขวงจันทรเกษมและแขวงเสนานิคม, บางเขน เฉพาะแขวงอนุสาวรีย์ และเขตหลักสี่ เฉพาะแขวงตลาดบางเขน) พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี รู้สึกอบอุ่น และอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาช่วยกัน เพราะในวันข้างหน้าก็ยังมีงานหนักอีกมากสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ และหลังการเลือกตั้ง เราต้องทำงานต่อเนื่องกับประชาชนต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญตั้งแต่เรื่องของแม่และเด็ก ทั้งการให้เงินสนับสนุนสำหรับคุณแม่ที่ต้องสูญเสียรายได้ในการดูแลเด็กแรกเกิด ไปจนถึงการส่งเสริมเรื่องโภชนาการ และต่อเนื่องในการเติมเงินออมให้กับเด็กด้วย ก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา รวมถึงต้องพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และยังมีนโยบายเรียนฟรีได้จริงที่จะเข้าถึงเด็กทุกคน อีกทั้งต้องปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่เพื่อเกิดความยืดหยุ่นยืด เด็กสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ เพื่อสะสมเป็นชุดทักษะ และโอนหน่วยกิตตอบสนองความต้องการของชีวิต และการทำงานโลกยุคใหม่ ทั้งนี้จากการที่ตนไปลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนในช่วงที่ผ่านมา พบปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความหลากหลายของเด็กไทยและเด็กต่างด้าว รวมถึงปัญหาสังคมอย่าง บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และยาเสพติด ที่ส่งผลต่อสมาธิและการเรียนรู้ของเด็ก โดยย้ำว่าต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบผ่านการประสานงานระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และแรงงาน