วันที่ 10 ม.ค. 69 ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร พบแนวบังเกอร์ลักษณะเป็นคูเลต ซึ่งถูกสร้างเป็นที่กำบัง โดยคูเลตมีความสูงประมาณ 1 เมตร ลักษณะเป็นการขุดดิน แล้วนำไม้มาพาดก่อนใช้กระสอบดินปิดด้านบน ขณะเดียวกันบริเวณใกล้เคียงยังพบบังเกอร์ที่ฝั่งกัมพูชาสร้างเชื่อมต่อกับคูเลต ใช้เป็นที่หลบภัยและเคลื่อนไหวทางทหาร
นอกจากนี้ บริเวณเนินโดยรอบยังพบข้าวของเครื่องใช้ของฝั่งกัมพูชา อาทิ แคร่ที่นั่งและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีการสร้างที่กำบังเพื่อเตรียมพร้อมทางทหาร ทีมข่าวยังสังเกตเห็นหน้าผาที่มีราวเหล็ก ซึ่งทหารกัมพูชามักใช้เป็นจุดถ่ายภาพ รวมถึงพบบังเกอร์ที่มีการดัดแปลงซอกหิน เจาะเป็นที่ตั้งกำลัง โดยรอบยังคงมีข้าวของเครื่องใช้หลงเหลืออยู่
ส่วนบริเวณตัวปราสาทคนา พบว่ากำแพงของโบราณสถานมีร่องรอยการแตกหัก ซึ่งคาดว่าเกิดจากความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ไม่พบร่องรอยความเสียหายจากอาวุธสงคราม ขณะที่ภายในยังคงเห็นโครงสร้างของตัวปราสาท ซึ่งในอดีตเคยมีความสมบูรณ์ ปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอยบริเวณกึ่งกลางที่มีพระพุทธรูปตั้งอยู่ แสดงให้เห็นตำแหน่งเดิมของตัวปราสาท แต่เนื่องจากระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้โบราณสถานผุพังลงไป

ขณะเดียวกัน บริเวณโดยรอบยังพบร่องรอยฐานที่ฝั่งกัมพูชาเข้ามาก่อสร้างใกล้กับตัวปราสาท โดยจุดที่ทีมข่าวอยากให้สังเกตเป็นพิเศษ คือแนวต้นพร้าวและพื้นที่ใกล้ตัวปราสาท ซึ่งเป็นจุดเดียวกันทั้งหมด
นอกจากนี้ จากตัวปราสาทคนา เจ้าหน้าที่ได้พาทีมข่าวไปดูพิกัดพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเส้นทางลงไปยังบังเกอร์และพื้นที่ที่ฝั่งกัมพูชาใช้เป็นทางขึ้นเพื่อรุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทย โดยพบว่ามีการนำกระสอบดินมาเรียงเป็นแนวทางเดิน ลงไปประมาณ 100 เมตร ก่อนจะพบฐานกำลังที่ตั้งอยู่ใต้หน้าผา ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่และบังเกอร์เป็นที่กำบัง
บริเวณใกล้กันนี้ยังเป็นจุดที่ พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย อายุ 20 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ ทหารกล้ารายที่ 5 ได้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยบริเวณดังกล่าวมีการปักธงชาติไทยไว้ริมหน้าผา ขณะเดียวกันโดยรอบยังพบหลุมโบราณ ซึ่งฝั่งกัมพูชาเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมักขึ้นมากราบไหว้ขอพร หลุมดังกล่าวมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร โดยรอบยังเป็นหน้าผาหิน และเป็นจุดที่ใช้หลบซ่อนในช่วงที่เกิดเหตุปะทะ

ส่วนพื้นที่บันไดไม้จำนวน 1,181 ขั้น ซึ่งในอดีตชาวกัมพูชาใช้เป็นเส้นทางขึ้นท่องเที่ยวปราสาทคนา พบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการสกัดกั้นและทำลายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะบริเวณแนวสะพานที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ของไทย พบว่าถูกตัดขาดและทำลายโครงสร้าง พร้อมทั้งมีการนำรั้วลวดหนามมากั้นตลอดแนว เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายกัมพูชากลับเข้ามาใช้เส้นทางดังกล่าวได้อีก
ทีมข่าวยืนยันว่า บันไดกว่าพันขั้นแห่งนี้ แสดงให้เห็นว่ากองกำลังไทยได้เข้าควบคุมและยึดพื้นที่อธิปไตยของไทยได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งทำลายสิ่งปลูกสร้างและสิ่งของที่ฝั่งกัมพูชารุกล้ำเข้ามา และมีการกั้นรั้วลวดหนามเป็นแนวยาวรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันการหวนกลับเข้ามาอีกครั้ง


