สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ว่าสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงานประเมินของสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) ว่ามีการจัดทำฉากทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของคิวบาว่า “วิกฤติ”


ทั้งนี้ ภาคส่วนที่สำคัญของเศรษฐกิจคิวบา เช่น เกษตรกรรมและท่องเที่ยว กำลังประสบกับภาวะตึงตัวอย่างหนักจากปัญหาไฟดับบ่อยครั้ง การถูกคว่ำบาตรทางการค้า และปัญหาอีกมากมาย ขณะที่การสูญเสียการนำเข้าน้ำมันและการสนับสนุนจากเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักมานานหลายทศวรรษ อาจทำให้การบริหารประเทศของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ซึ่งผูกขาดการครองอำนาจมาตั้งแต่ยุคปฏิวัติโดยนายฟิเดล คาสโตร เมื่อปี 2502 มีความยากลำบากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินของซีไอเอ “ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้” ว่าวิกฤติเศรษฐกิจของคิวบาจะสร้างแรงกระเพื่อมไปยังรัฐบาล และสั่นคลอนเสถียรภาพในอำนาจของประธานาธิบดีมิเกล ดิแอซ-กาเนล หรือไม่ หรือมากน้อยเพียงใด แต่มีการวิเคราะห์ว่า กาเนลซึ่งอยู่ในอำนาจตั้งแต่ปี 2564 ไม่ได้มีบารมีเทียบเท่าพี่น้องคาสโตร คือฟิเดล และนายราอูล คาสโตร


ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ของซีไอเอยังมีความขัดแย้งกันเองด้วย โดยผู้จัดทำรายงานคนหนึ่งกล่าวว่า สถานการณ์ที่คิวบากำลังเผชิญตอนนี้ ยังไม่เลวร้ายเท่ายุคทศวรรษ 1990 ที่เศรษฐกิจของประเทศพังพินาศหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย


ทว่าเจ้าหน้าที่อีกคนโต้แย้งว่า เหตุไฟดับเฉลี่ยวันละ 20 ชั่วโมง ในพื้นที่นอกกรุงฮาวานา เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีการเกิด “ภาวะประชากรล่มสลาย” ในคิวบา เนื่องจากประชากรที่อายุต่ำกว่า 50 ปีจำนวนมหาศาลได้อพยพออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่สิ่งนี้อาจกลายเป็นปัจจัย “บั่นทอนแรงผลักดันปฏิรูปการเมือง” เพราะโดยปกติแล้ว การประท้วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในหลายประเทศ มักขับเคลื่อนด้วยพลังของคนหนุ่มสาว


การประเมินของซีไอเอสวนทางกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่า การสั่งให้รัฐบาลรักษาการเวเนซุเอลาระงับส่งออกน้ำมันให้คิวบา จะช่วยล้มรัฐบาลคิวบาได้ โดยทรัมป์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องทำกับคิวบาแบบเดียวกับเวเนซุเอลา “เพราะคิวบาจะล่มสลายด้วยตัวเอง”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES