สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า การประท้วงที่ยืดเยื้อนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดต่อรัฐบาลเตหะราน ซึ่งปกครองอิหร่านมาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลาม เมื่อปี 2522 แม้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แสดงท่าทีต่อต้านและกล่าวโทษสหรัฐก็ตาม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐพร้อมที่จะช่วยเหลือขบวนการประท้วง โดยก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน เขาเตือนว่า อิหร่านกำลังเผชิญกับ “ปัญหาใหญ่” และเน้นย้ำว่า เขาอาจสั่งปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ หลังรัฐบาลวอชิงตันสนับสนุนและเข้าร่วมสงคราม 12 วัน ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน เมื่อเดือย มิ.ย. ปีที่แล้ว
อนึ่ง การประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่รุนแรง ซึ่งขยายวงกว้างและกลายเป็นการขับไล่รัฐบาล โดยล่าสุด ฝูงชนรวมตัวกันทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน จุดพลุ และตีหม้อ พร้อมกับตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล และสนับสนุนระบอบกษัตริย์
แม้ทางการอิหร่านเรียกร้อง “การยับยั้งชั่งใจ” และประกาศมาตรการเพื่อพยายามตอบสนองต่อความไม่พอใจในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังการประท้วงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2568 แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขายังคงจัดการกับผู้ชุมนุมอย่างแข็งกร้าว
ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลว่า ทางการอิหร่านยกระดับการปราบปรามอย่างรุนแรง ภายใต้การปกปิดรายงานด้วยการตัดการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศที่ยาวนาน 48 ชั่วโมง ตามข้อมูลจากหน่วยงานเฝ้าระวังทางออนไลน์ “เน็ตบล็อกส์”.
เครดิตภาพ : AFP



