เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล แสดงความกังวลต่อกรณีการโยกย้ายข้าราชการจำนวนมากของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ติดตามมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ โดยระยะเวลาเพียง 2 เดือน มีการโยกย้ายข้าราชการแล้วกว่า 400 คน และพบความผิดปกติในการโยกย้ายนายอำเภอ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีผู้สมัคร สส.ย้ายพรรค

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า จากข่าวตามสื่อมวลชนล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งโยกย้ายและแต่งตั้งนายอำเภอรอบใหญ่อีกครั้ง จำนวน 236 คน พร้อมโยกย้ายปลัดจังหวัด 6 คน ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง 1 คน และผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน จึงตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็น และความเหมาะสมของการโยกย้ายในช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้งไม่ถึง 1 เดือน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรายละเอียดพบว่า ในจำนวนการโยกย้ายนายอำเภอทั้งหมด มีถึง 108 คนเป็นการโยกย้ายสลับพื้นที่ระหว่างอำเภอ โดยไม่ได้เป็นการเลื่อนตำแหน่ง จึงไม่เห็นถึงเหตุผลเร่งด่วนที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับอำเภอในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า นายอำเภอมีบทบาทสำคัญในฐานะนายทะเบียนอำเภอ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการเตรียมการเลือกตั้ง โดยคำสั่งโยกย้ายกำหนดให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ใหม่ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. อาจส่งผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งและการทำประชามติ

นอกจากนี้ การโยกย้ายครั้งนี้ยังรวมถึงตำแหน่งปลัดจังหวัด ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของนายอำเภอภายในจังหวัด โดยในจำนวน 6 คน มีถึง 4 คนเป็นการโยกย้ายข้ามจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงทางการเมือง

“ผมได้เห็นผู้สมัครรายหนึ่งประกาศว่าจะ ‘ทวงคืน 30 ปี ให้คนใต้’ จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าการโยกย้ายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่” นายศึกษิษฏ์ กล่าว

แม้ในการประชุมกระทรวงมหาดไทยครั้งล่าสุด นายอนุทิน จะเน้นย้ำให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง และไม่เลือกข้างทางการเมือง แต่พรรคเพื่อไทยยังคงมีความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

“พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้นายกฯ ทบทวนคำสั่งโยกย้ายนายอำเภอทั้ง 236 คนในครั้งนี้ เนื่องจากอาจกระทบต่อความเป็นธรรม ความน่าเชื่อถือ และความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงการทำประชามติที่กำลังจะมาถึง” นายศึกษิษฏ์ กล่าว