เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ม.ค. 69 พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) หน่วย นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 33 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาปาเสมัส หมู่ 3 ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก
เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.05 น. ของวันเดียวกัน ส่งผลให้สถานีบริการได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ในถังดับเพลิง จำนวน 4 ลูก น้ำหนักลูกละประมาณ 20 กิโลกรัม ตั้งเวลาจุดชนวนห่างกันลูกละ 5 นาที วางไว้ตามจุดสำคัญ ได้แก่ ตู้หัวจ่ายน้ำมัน 2 จุด บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น 1 จุด และบริเวณส่วนท้ายพ่วงรถบรรทุกน้ำมันอีก 1 จุด ทำให้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น สร้างความเสียหายโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 80
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบกลุ่มคนร้ายแต่งกายชุดดำ มีอาวุธครบมือ จำนวนอย่างน้อย 4 คน แบกระเบิดแสวงเครื่องคนละ 1 ลูก เดินออกมาจากพุ่มไม้ฝั่งตรงข้ามสถานีบริการ ก่อนนำไปวางตามเป้าหมายและหลบหนีไปตามเส้นทางเดิม ต่อมาประมาณ 15 นาที มีกลุ่มคนร้ายอีกชุดขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ด้านหลังฐาน นปพ.สภ.สุไหงโก-ลก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 400 เมตร เพื่อสกัดกั้นการสนับสนุนกำลัง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. อีก 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ได้แก่
สาขาอำเภอแว้ง หมู่ 6 ตำบลแว้ง เกิดเหตุเวลา 01.29 น. คนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก บริเวณตู้หัวจ่าย ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และอาคารเสียหายเกือบทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 95
สาขาบ้านโคก อำเภอเจาะไอร้อง วางระเบิดบริเวณหัวจ่ายน้ำมันและหน้าร้านสะดวกซื้อ ทำให้โครงสร้างหลังคาสถานีและร้านทรุดตัว พบคราบเลือดและรอยเท้าบริเวณถนนและทุ่งนาใกล้เคียง คาดว่าคนร้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด
สาขาตันหยงมัส อำเภอระแงะ คนร้ายวางระเบิดที่ตู้หัวจ่าย 2 ตู้ และร้านสะดวกซื้ออีก 1 จุด ขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าป้องกันพื้นที่ ทำให้ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บำรุง รอง สว.ป.สภ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด
สาขาดุซงญอ อำเภอจะแนะ ถูกวางระเบิดที่ตู้หัวจ่ายและหน้าร้านสะดวกซื้อ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และความเสียหายเป็นวงกว้าง
จากการรวบรวมพยานหลักฐานในทั้ง 5 จุด พบว่าคนร้ายใช้วัตถุระเบิดชนิดเดียวกัน และก่อเหตุในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการวางแผนก่อเหตุเชื่อมโยงพร้อมกันในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส และสอดคล้องกับเหตุป่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อมุ่งหวังทำลายระบบเศรษฐกิจและสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



