สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีมิเกล ดิแอซ-กาเนล ผู้นำคิวบา กล่าวว่า คิวบาเป็นประเทศที่มีเสรีภาพ มีเอกราช และมีอธิปไตย ดังนั้น ไม่มีใครสามารถสั่งคิวบาได้ และย้ำว่าคิวบา “พร้อมปกป้องมาตุภูมิจนถึงเลือดหยดสุดท้าย”


ขณะที่นายบรูโน โรดริเกซ รมว.การต่างประเทศคิวบา กล่าวว่า คิวบาไม่เคยได้รับค่าตอบแทนจากการมอบความสนับสนุนด้านความมั่นคงให้แก่ประเทศใด และยืนยันว่า คิวบามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะนำเข้าเชื้อเพลิงจากประเทศใดก็ได้ที่ยินดีจะส่งออกให้ ซึ่งโดยปกติคิวบานำเข้าเชื้อเพลิงจากเวเนซุเอลาและเม็กซิโก


ท่าทีดังกล่าวของผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลคิวบา เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า “จะไม่มีน้ำมันหรือเงินส่งไปยังคิวบาอีกต่อไป เป็นศูนย์!” และกล่าวเชิงกดดันให้อีกฝ่ายเร่งบรรลุ “ข้อตกลง” กับสหรัฐ “ก่อนสายเกินไป”


ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า คิวบาอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยน้ำมันและเงินสนับสนุนมหาศาลจากเวเนซุเอลา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน คิวบาจึงส่งเจ้าหน้าที่อารักขาไปคุ้มกันผู้นำเวเนซุเอลาสองคนล่าสุด คือ ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ และประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า ตอนนี้สิ้นสุดยุคสมัยนั้นแล้วอย่างเป็นทางการ


นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า เวเนซุเอลาไม่ต้องการความคุ้มครองจาก “นักเลงและพวกตบทรัพย์” อีกต่อไป และรีโพสต์การโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ที่สนับสนุนการให้นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศ ซึ่งมีเชื้อสายคิวบา ทำหน้าที่ผู้นำคนใหม่ของคิวบา โดยทรัมป์ตอบกลับโพสต์นั้นด้วยว่า “เป็นความคิดที่ดี”


อนึ่ง ภายใต้มาตรการปิดล้อมทางการค้าของสหรัฐ รัฐบาลฮาวานาจึงหันไปพึ่งพาน้ำมันจากเวเนซุเอลามากขึ้น ตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ทำไว้ตั้งแต่ยุครัฐบาลเวเนซุเอลาของชาเวซ.

เครดิตภาพ : AFP