โดย กกต.จ.มหาสารคาม ตั้งเป้ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 80 และคาดว่าจะมีบัตรเสียไม่เกินร้อยละ 2 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จับตาดูกันว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ชาวมหาสารคาม จะเลือก สส.ตามกระแสพรรค หรือตัวบุคคล เพื่อมาพัฒนาบ้านเมือง
โฟกัสไปที่ เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองมหาสารคาม มีผู้สมัครจำนวน 10 คน ที่จะเป็นคู่ชิงดำคือ นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ คนรุ่นใหม่ไฟแรง เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย ทิ้งตำแหน่ง สท. เทศบาลเมืองมหาสารคาม ท้าชิงเก้าอี้ กับ นางสาวนงลักษณ์ ทุงจันทร์ เบอร์ 7 พรรคเพื่อไทย อดีตผู้สมัครการเมืองหลายเวที ล่าสุดโดดเข้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งรับไม้ต่อเพื่อรักษาเก้าอี้ สส.เขต 1 ที่เดิมเป็นของ นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หรือ “หมอติ๋ง” ซึ่งประกาศวางมือทางการเมือง และนายทองหล่อ พลโคตร เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม เป็นอดีตที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย อดีตโฆษกกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตสส.มหาสารคาม 2 สมัย และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและบ้านเลขที่ 111 ล่าสุดเข้าซบพรรคกล้าธรรมแต่ยังมีฐานคะแนน เนื่องจากลงพื้นที่พบปะชาวบ้านมาตลอด ส่วนอีกคนคือ นายธีระวัฒน์ พรรณะ เบอร์ 1 พรรคประชาชน เคยลงสนามเลือกตั้งมาแล้ว แต่ก็เสียเก้าอี้ให้กับเพื่อไทย



เขตเลือกตั้งที่ 2 คือ อ.แกดำ อ.วาปีปทุม อ.บรบือ (เฉพาะ ต.หนองม่วง ) มีผู้สมัครจำนวน 11 คน ที่น่าจับตาคือนางสาวอิสลา ศรีสังข์ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 1 ซึ่งเป็นลูกสาวนายสุชาติ ศรีสังข์ หรือฉายาซัดดำอีสาน อดีต สส.ขวัญใจนักรบของประชาชน เคยดำรงตำแหน่ง สส.มหาสารคาม 2 สมัย ในการเลือกตั้งปี 2544 และ ปี 2548 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย ทายาทของซัดดำอีสานขยันลงพื้นที่ช่วยเหลือดูแลประชาชนตลอด โดยท้าชิงกับนายไชยวัฒนา ติณรัตน์เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย เคยได้รับเลือกเป็น สส.เพื่อไทย 4 สมัย ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง
เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อ.นาดูน อ.ยางสีสุราช มีผู้สมัครจำนวน 11 คน ที่โดดเด่นคือนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย อดีต สส.เพื่อไทย 1 สมัย และในการเลือกตั้งครั้งนี้ หวังทวงเก้าอี้คืน ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยท้าชิง นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย อดีต สส. สมัยที่ผ่านมา ขยันลงพื้นที่กราบขอคะแนนเสียงจากประชาชนเช่นกัน เพื่อที่จะไม่ให้คะแนนและเก้าอี้หลุดไป

เขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย อ.บรบือ (ยกเว้น ต.หนองม่วง ต.ยาง ต.บัวมาศ) อ.นาเชือก มีผู้สมัคร 8 คน ที่จะบดเบียดเฉือนคะแนนกันคือ นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย อดีต สส.หลายสมัย ชิงกับนายวัชนะ ชัยรุ่งเรือง เบอร์ 2 พรรคประชาชน ผู้สมัครหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ เพื่อหวังพัฒนาบ้านเมือง และยังมี นายวิเชียร จงชูวณิชย์ เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย อดีตข้าราชการการเมือง ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม ซึ่งแต่ละคนต่างลงพื้นที่หาเสียงขอคะแนนอย่างต่อเนื่องเพื่อชิงเก้าอี้ สส. เขต 4
เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.โกสุมพิสัย อ.กุดรัง อ.กันทรวิชัย (เฉพาะ ต.เขวาใหญ่ ) มีผู้สมัครจำนวน 11 คน มีคนดังตบเท้าลงสมัครหลายคน ที่มีสิทธิลุ้นชัยชนะทุกคน ทั้งนายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย อดีต สส.2 สมัย ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงต่อเนื่อง เพื่อรักษาเก้าอี้ไว้ให้ได้ พบกับผู้ท้าชิง นางสาวพัชราศินี ศิริโกมุท เบอร์ 2 พรรคเศรษฐกิจ เป็นผู้สมัครสนามแรก หน้าใหม่ ซึ่งเป็นน้องสาวนางกุสุมาลวตีสิริโกมุท หรือ “เจ้แมว” อดีต สส. 3 สมัย ที่เปิดหน้าท้าชน ยื่นคำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย และคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. นอกจากนี้ยังมีนายโกศล คาดพันโน เบอร์ 3 พรรคพลังประชารัฐ เคยลงสมัคร สส.แต่ไม่ผ่าน ไม่เคยย่อท้อ ยังลงพื้นที่หาเสียงขอคะแนนเสียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอโอกาสอีกครั้ง ส่วนนายอวยชัย วะทา เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย อดีตนักเคลื่อนไหว และแกนนำครู เข้าสนามการเมือง สส.ครั้งแรก ลงพื้นที่หาเสียงฝุ่นตลบเช่นกัน

เขตเลือกตั้งที่ 6 ประกอบด้วย อ.กันทร (ยกเว้น ต.เขวาใหญ่) อ.เชียงยืน อ.ชื่นชม มีผู้สมัคร 9 คน ชิงเก้าอี้ สส.ระหว่าง นางคมคาย อุดรพิมพ์ เบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทย อดีตนายก อบจ. 2 สมัย ลงพื้นที่พบปะประชาชนเพื่อขอคะแนนเสียงอย่างต่อเนื่อง หวังคว้าเก้าอี้ สส.ให้ได้ แต่ต้องชิงดำกับนายรัฐ คลังแสง เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย 1 สมัย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “บิ๊กทิน” ดร.สุทิน คลังแสง อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, อดีต รมว.กลาโหม เลือกตั้งสส.ครั้งนี้ ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากชาวบ้าน เพื่อสานงานต่อ และพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญยิ่งขึ้น ขณะที่คู่แข่งจากพรรคประชาชน ส่งนางเพียงพิศ เดชมาลา เบอร์ 2 ชิงเก้าอี้ เป็นอีกทางเลือกใหม่ เร่งทำผลงานขอคะแนนเสียงเช่นกัน

การเลือกตั้ง สส.มหาสารคาม ทั้ง 6 เขตในครั้งนี้แต่ละพรรคต่างเร่งฝีเท้า เข้าพบปะประชาชนโดยมีนโยบายต่าง ๆ ออกมาให้ประชาชนได้คิด ได้เลือก เพื่อตัดสินใจกาเบอร์คะแนนให้ ส่วนใครจะได้นั่งเก้าอี้ สส. ของแต่ละเขต ขึ้นอยู่กับปลายปากกาของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นคนเลือก.
กิริยา กากแก้ว



