ณ เวลานี้ ต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญในสนามเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.69 นี้หลังติด 1 ใน 5 กระแสความนิยมของโพลทุกสำนัก
ในโอกาสนี้ “เดลินิวส์” จึงขอเปิดพื้นที่ในการนำเสนอชุดความคิดแนวนโยบายเพื่อเป็นข้อมูลให้กับสาธารณชนในการใช้สิทธิ์ใช้เสียงเพื่อให้ได้คนที่ “ใช่” และ “ถูกต้อง” มา เป็นคนนำพาให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
สร้างความเปลี่ยนแปลง
“สภาพปัจจุบันไม่จำเป็นที่ต้องเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่จะเป็นผู้กำหนดเกมเท่านั้นพรรคการเมืองขนาดกลางก็สามารถกำหนดเกมได้เช่นกันและพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการเมืองไทย”
หนึ่งในบทสนทนาที่ “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความคิดเห็นไว้พร้อมระบุถึงนโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจว่า ได้แบ่งกลุ่มนโยบายไว้ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มจนเงิน กลุ่มจนปัญญา กลุ่มจนใจ และกลุ่มจนตรอก
ปั้นจีดีพี 5% ใน 4 ปี
“กลุ่มจนเงิน” ถือเป็นกลุ่มชุดนโยบายที่ใหญ่สุดที่มาจากมุมมอง เรื่องเศรษฐกิจปากท้องเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ไม่ขึ้นมีแต่หนี้ที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้โดยเร็วที่สุดขณะเดียวกันอีก 3 กลุ่มที่เหลือก็มาจากการที่เศรษฐกิจไม่ดีด้วยเช่นกันจึงได้ปักธงที่หวังสูง คือความพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศหรือ จีดีพีเติบโตให้ได้ 5% ต่อปีให้ได้ภายใน 4 ปี
เพราะ…ทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมากโดยปี 68 ที่ผ่านมาเติบโต 2% นิด ๆ และในปี 69 นี้ถ้าไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้อีกก็เติบโตต่ำกว่า 2% ขณะที่ในปีถัดไปถ้ามีเรื่องของการลงทุนเข้ามา การบริหารในภาพใหญ่ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนทั้งความชัดเจนเรื่องการปฏิรูปที่มีผลต่อจีดีพีที่ทำให้ความเชื่อมั่นกลับคืนมาอาจนำไปสู่ 3% ในปี 70 แล้วขยับเป็น 3-4% ในปี 71 และก้าวไปสู่เป้าหมาย 5% เมื่อทุกอย่างลงตัว
หนทางดันเศรษฐกิจ
“กรณ์” ฉายภาพให้เห็นถึงแนวทางที่จะก้าวเข้าไปถึงธงชัยได้ ต้องปฎิรูประบบราชการต้องมีการใช้ทรัพยากรของรัฐที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพการใช้เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ๆ รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่นแต่ที่เป็นปัญหาหนักใจ คือเรื่องของการเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีผลต่อจีดีพี และเป็นเรื่องยากดังนั้นคนที่เหลืออยู่ต้องเก่งขึ้นจึงทำให้เทคโนโลยีมีความสำคัญมากต่อยุทธศาสตร์ของเราเพราะนำมาปฎิรูปได้
ทั้งระบบราชการที่สามารถดำเนินการได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ เพราะข้อมูลทั้งหมดของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญหากดำเนินการได้ก็จะส่งผลต่อการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายประกอบกับการสร้างธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นได้จากการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ขณะที่ทรัพยากรภาครัฐมีจำนวนมากที่ไม่ได้นำมาสร้างรายได้ให้กับประเทศแม้แต่สิ่งที่จับต้องได้อย่างที่ดิน ที่ราชพัสดุอาคารของรัฐ ระบบสาธารณูปโภคระบบสายส่งไฟฟ้า ระบบขนส่งทางราง และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ยังสามารถแปลงเป็นเงินเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้
4หมื่นบาทไม่เสียภาษี
ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งคืนความยุติธรรมให้กับชนชั้นกลางด้วยนโยบายเงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี หลังจากที่ผ่านมาบริษัทใหญ่ ๆ ได้ลดภาษีนิติบุคคลมาเป็นสิบปีแต่คนทำงานตัวเล็ก ๆ กลับแบกภาระเท่าเดิมหากผู้มีเงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษีเท่ากับว่าจะมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น 7,500 บาทต่อปี โดยไม่ต้องรอการแจกเงินจากรัฐบาลและมาตรการนี้ไม่ได้ให้เฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยแต่ผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 40,000 บาททุกคนก็ได้รับประโยชน์ด้วยเพราะรายได้ 40,000 บาทแรกของทุกคนจะไม่ถูกนำไปคำนวณภาษี แม้ทำให้รัฐเสียรายได้ไปปีละประมาณ 35,000 ล้านบาท แต่ก็ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้
ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรไทยทั้งเรื่องของการพักหนี้การแก้ไขหนี้สินที่ไม่ใช่การพักหนี้แบบเปล่าประโยชน์ต้องมีระบบรองรับไม่ใช่เพียงแค่พักหนี้ไว้เฉย ๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อแต่ใช้กลไกของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเข้ามาเป็นเครื่องมือหลักซึ่งภาครัฐจะเข้าไปซื้อหนี้จากสถาบันการเงินพร้อมกับหลักประกันเมื่อหนี้มาอยู่ที่กองทุนฟื้นฟูแล้วจะมีการหยุดดอกเบี้ยแต่ลูกหนี้ยังคงต้องทยอยชำระเงินต้นเพื่อให้สามารถปลดล็อกที่ดินที่เป็นหลักประกันคืนไปได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ต้องมี “งบฟื้นฟู” เพื่อเป็นทุนให้เกษตรกรนำไปเพิ่มทักษะหรือลงทุนทำกินใหม่หากพักหนี้โดยไม่มีงบให้ทำงานเกษตรกรก็ไม่สามารถฟื้นตัวได้จริงรวมทั้งจะเปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นมนุษย์เงินเดือนด้วยนโยบายพันธบัตรป่าไม้โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่โดยเฉพาะข้าวโพดมาเป็นการปลูกป่าไม้เศรษฐกิจแทนและจ้างเกษตรกรให้ดูแลต้นไม้ในระหว่างที่รอไม้โตโดยเกษตรกรมีรายได้เป็นเงินเดือนจากการดูแลป่า
เงื่อนไขร่วมรัฐบาล
ที่สำคัญเหนืออื่นใด!! คือ…เรื่องของการแก้ไขปัญหาทุจริตการปราบปราม “ทุนเทา” ที่ถือเป็นจุดยืนทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ที่ชัดเจนในการร่วมรัฐบาลที่ต้องไม่มีตอ ไม่มีดีลลับทุนเทาเพราะอุปสรรคของการปราบทุนเทาคือ “ตอ” หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองที่รับเงินมาเพื่อซื้อการคุ้มครองที่กำลังเป็นประเด็นในการเลือกตั้ง “กรณ์” กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
เจตจำนงที่สำคัญที่สุดของการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้คือพรรคการเมือง ที่จะทำงานร่วมกันได้ต้องกล้าตัดสินใจที่จะไม่เกรงใจอิทธิพลมืด ซึ่งเป็นตัวถ่วงที่สำคัญต่อให้มีนโยบายที่สวยหรูอย่างไร แต่ยังมีเรื่องนี้อยู่ก็ทำไม่ได้เรื่องนี้สำคัญมาก
ความหมาย คือ ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทำตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ถึงที่สุดเจอใครก็ต้องจัดการตามจริง เพราะหลังจากที่มาทำเรื่องนี้ได้รับการติดต่อทั้งการขู่การเสนอ การขอ ทุกอย่างและเชื่อว่าไม่ใช่ตนเพียงคนเดียวโดยไม่ต้องทำอะไรมากกว่านี้เพียงแค่ให้ทำตามหลักฐานที่ปรากฎและเอาจริงกับการทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
“กรณ์“ ทิ้งท้ายว่า… ถ้าทำได้!! เรื่องของความเชื่อมั่นเรื่องของศรัทธาจะส่งผลต่อโอกาสทางเศรษฐกิจและทุกอย่างพูดหลายครั้งแล้วและสะท้อนความคิดจริง ๆว่า ตราบใดที่มีทุนเทาทุนดีย่อมไม่มาเพราะสู้ไม่ได้ก็หนีไปที่อื่นหมดอย่าลืมว่าเพียงแค่เรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นในระบบงบประมาณก็มีมากกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี แล้วยังมีเงินที่ประชาชนถูกปล้นไปอีก 2 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งคิดเป็น 1%ของจีดีพีแล้วเงินเหล่านี้ไม่ได้หมุนเวียนในประเทศแต่ถูกโอนออกไปต่างประเทศเพื่อซื้อทรัพย์สินฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องบินเจ็ทหรือเรือยอทช์ซึ่งถือเป็นการสูญเสียรายได้และบั่นทอนศักยภาพทางเศรษฐกิจของชาติ!.



