เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นเวทีปราศรัยย่อยที่สี่แยกตลาดบ้านนาเดิม อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี โดยประกาศว่า ตนเป็นลูกหลานคนใต้ เกิดที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ครอบครัวรับราชการทั้งหมด พ่อเป็นครู ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงขอโอกาสเปลี่ยนประเทศ ให้ประชาชนเลือกเบอร์ 49 ขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช่ ของประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีเชื้อสายของคนใต้ มาเปลี่ยนแปลงประเทศ

ดร.เอ้ ได้เล่าถึงช่วงสมัยวัยเด็กให้ฟังว่า ตนมีคุณแม่ที่เป็นครู สอนให้เป็นคนดี มีวินัย ดังนั้น ตนจึงตั้งใจเรียนหนังสือเป็นลูกที่ดี เป็นลูกศิษย์ที่ดี มีวินัยในการทำงาน ตนมีโอกาสใช้เงินภาษีของประชาชน ไปเรียนต่อต่างประเทศจนจบปริญญาเอก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก ที่ผ่านมาตนขยันมาทั้งชีวิต แต่กลับไม่เห็นประเทศไทยเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเลย เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่ประเทศไทยมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ และคนไทยก็เป็นคนขยันไม่แพ้ชาติใดในโลก

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเรามีการเมืองแบบเดิม ๆ เลือกแบบเดิม ๆ แต่ขอพูดในฐานะ “ลูกคนใต้” เมื่อเปรียบเทียบให้ทุกคนได้เห็นว่าประเทศไทยมีทรัพยากรทุกอย่าง แต่กลับยากจน ซึ่งเกิดจากการเมืองทั้งสิ้น แทนที่จะเลือกนักการเมืองที่ดี หัวหน้าพรรคที่ดี จะไปดูแลลูกหลานทุกคน ไปเอาคืนความชอบธรรม ไปกระจายทรัพยากรที่มีอยู่ล้นเหลือ ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง

การเป็น “นายกรัฐมนตรี” ไม่ใช่ใครเป็นได้ ไม่ใช่แค่ขึ้นเวที คนจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องบริสุทธิ์ ไม่ด่างพร้อย และคิดว่าพี่น้องประชาชน คือ ญาติของตนเอง ลูกหลานของประชาชน แต่คุณสมบัติข้อสุดท้าย คือ ไม่ใช่แค่รักประชาชนหรือรักลูกประชาชน แต่ต้องทำได้ทำเป็น ซึ่งตนเองเคยได้เงินภาษีจากประชาชนไปเรียนปริญญาเอก ถึงวันนี้ เป็นโอกาสที่จะนำความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ตอบแทนประชาชนตอบแทนประเทศตอบแทนคุณแผ่นดิน
ทั้งนี้ “พรรคไทยก้าวใหม่” ขออาสาผ่าตัดระบบเศรษฐกิจ ใช้ทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ตามสัญลักษณ์พรรคที่เป็นลูกศรพุ่งไปแก้ปัญหาอย่างเฉียบคม เป็นธนูดอกแรก ในการที่จะดูแลลูกหลานเรื่องการศึกษา เรียนฟรี อาหารกลางวันฟรี อุดหนุนค่าเล่าเรียน

สำหรับ บรรยากาศที่เวทีปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านต่างมาให้กำลังใจและมอบพวงมาลัยดาวเรืองระหว่างการปราศรัยเป็นระยะ และเมื่อปราศรัยจบก็มีชาวบ้านต่างให้กำลังใจและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงในวันพรุ่งนี้.




