สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ว่า ศาลฎีกาของสหรัฐมีกำหนดประกาศคำพิพากษาคดีต่อไป ในวันที่ 14 ม.ค. นี้ ซึ่งไม่มีการให้ข้อมูลล่วงหน้า ว่าจะเกี่ยวกับคดีการใช้อำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการเรียกเก็บภาษีจากประเทศคู่ค้าทุกแห่งบนโลกหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่าหากศาลสูงสุดมีคำตัดสินออกมาจริง และระบุว่าการใช้อำนาจของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นโมฆะ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศ “จะย่ำแย่ถึงขีดสุด” เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันจะต้องชำระเงินคืนให้แก่รัฐบาล และผู้ประกอบการของทุกประเทศ สำหรับการลงทุนที่ได้ดำเนินการไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระภาษีเหล่านี้
"It would be a complete mess, and almost impossible for our Country to pay… if the Supreme Court rules against the United States of America on this National Security bonanza, WE’RE SCREWED!" – President Donald J. Trump ???????? pic.twitter.com/0hYpdoP76e
— The White House (@WhiteHouse) January 12, 2026
ทรัมป์กล่าวว่า เม็ดเงินดังกล่าวจะมีมูลค่ามหาศาล และ “แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่สหรัฐจะชดใช้ไหว” และขยายความว่า “กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยให้รัฐบาลสหรัฐเป็นฝ่ายแพ้ในประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เป็นผลประโยชน์มหาศาลนี้ อเมริกาจะพบกับจุดจบ”
ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐทำการไต่สวนตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ในคดีที่ทำเนียบขาวยื่นฎีกาเพื่อให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับอำนาจของประธานาธิบดี ในการเก็บภาษีกับคู่ประเทศและดินแดนคู่ค้าบนโลก โดยอ้างการใช้อำนาจตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 ว่าเป็นการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของกฎหมายหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก ให้รัฐบาลทรัมป์ระงับกำแพงภาษีต่างตอบแทน กับคู่ค้าแทบทุกประเทศและดินแดนบนโลก และภาษีพื้นฐาน 10% ซึ่งประกาศเมื่อต้นเดือน เม.ย. 2568 พร้อมทั้งระงับภาษีที่ผู้นำสหรัฐใช้กับแคนาดา เม็กซิโก และจีน ซึ่งมีการประกาศก่อนหน้านั้นด้วย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



