กรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ผลักดัน พ.ร.บ.ตำรวจศาล พ.ศ. 2562 ต่อมาจึงเกิดหน่วยงาน เจ้าพนักงานตำรวจศาล (Court Marshal) มีจุดมุ่งหมายให้ศาลมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้คำสั่งศาลโดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาตำรวจทุกกรณีเหมือนในอดีต หลายคนเรียกว่า “จั่นเจา” ซึ่งเป็นองครักษ์พิทักษ์ “ท่านเปา” แต่สังกัดภายใต้สำนักงานศาลยุติธรรม
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงภารกิจผลงานของเจ้าพนักงานตำรวจศาลในช่วงที่ผ่านมาว่า เจ้าพนักงานตํารวจศาล คือข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมที่สังกัดอยู่ในสํานักงานศาลยุติธรรม โดยหน่วยงานตรงที่รับผิดชอบดูแลคือศูนย์รักษาความปลอดภัยของสํานักงานศาลยุติธรรม

เจ้าพนักงานตํารวจศาลมีหน้าที่หลัก แบ่งออกเป็น 2 กรณี กรณีแรก 1 คือดูแลในเรื่องของความปลอดภัยของบุคคล และก็ทรัพย์สินของทางราชการ โดยเฉพาะประชาชนผู้มาติดต่อราชการ รวมถึงบุคลากรของศาลด้วย
เจ้าพนักงานตํารวจศาลจึงมีหน้าที่ดูแลในเรื่องของการจัดระบบรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจุดเสี่ยงต่างๆ รวมถึงเรื่องการตรวจสอบการกระทําความผิดที่เกิดขึ้นในบริเวณศาล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนําพาอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติดเข้ามาในบริเวณศาล ซึ่งมีการตรวจค้นเจอในทุกๆ วันในทั่วประเทศ ที่กล่าวมาคือส่วนของการป้องกัน และอีกส่วนคือเรื่องการระงับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในบริเวณศาล
หน้าที่ประการที่ 2 ของตํารวจศาลก็คือเรื่องการบังคับตามกฎหมาย เรื่องนี้ถือว่ามีส่วนสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการทําให้กระบวนการยุติธรรมครบถ้วนสมบูรณ์และเดินหน้าต่อไปได้ เจ้าพนักงานตำรวจศาลมีหน้าที่ในการติดตามจับกุมบุคคลซึ่งได้รับการอนุญาตจากศาลให้ปล่อยชั่วคราว แล้วหลบหนี ถือเป็นภาระหน้าที่อันสำคัญของตํารวจศาลที่จะคอยติดตามจับกุมจำเลยหลบหนีตามหมายจับ เพื่อที่จะทําให้กระบวนการพิจารณาคดีในศาลสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนนี้รวมถึงบุคคลที่ขัดขืนหรือฝ่าฝืนหมายเรียก หรือคําสั่งของศาล ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตํารวจศาล
เจ้าพนักงานตํารวจศาลจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเรียกว่าปฏิบัติการ จะมีอายุไม่เกิน 35 ปี คุณสมบัติหลักๆ ก็คือในเรื่องของการศึกษา ก็ต้องจบการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางด้านกฎหมาย หรือรัฐศาสตร์ และบริหารรัฐกิจ
แต่ถ้ารัฐศาสตร์หรือบริหารรัฐกิจ กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการลงเรียนวิชากฎหมายอาญา และวิชาวิธีพิจารณาความอาญาเอาไว้ด้วย หรืออาจจะเป็นรัฐประศาสนศาสตร์ของโรงเรียนนายร้อยตํารวจก็จะเป็นหลักสูตรที่คุณสมบัติสามารถสอบเข้ามาได้
อีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่าปฏิบัติงาน คุณสมบัติอายุไม่เกิน 27 ปี คุณวุฒิการศึกษา ต้องสูงกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ก็อาจจะต่ำกว่าระดับปริญญาตรี เช่น ปวส. หรือว่าประกาศนียบัตรต่างๆ หรือว่าคุณสมบัติตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมประกาศ
เมื่อเข้ามาแล้วก็จะมีการบรรจุแต่งตั้ง โดยก่อนที่จะปฏิบัติงานก็ต้องมีการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สํานักงานศาลยุติธรรมกําหนดเอาไว้ แล้วจึงออกปฏิบัติกระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้ทุกศาลในประเทศมีเจ้าพนักงานตํารวจศาลประจําการอยู่แล้ว 679 คน โดยเฉลี่ยศาลละ 1-4 คน ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณคดี ภารกิจหน้าที่ของแต่ละศาล อย่างศาลที่อาจจะมีอัตรากําลังของเจ้าหน้าตํารวจศาลมากกว่าที่อื่น ก็อย่างเช่น ศาลอาญามีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 8 คน
ในส่วนของความก้าวหน้าหรือว่าเส้นทางการรับราชการของเจ้าพนักงานตํารวจศาล ของศาลยุติธรรมของเรา ถึงสูงสุดก็มีสิทธิที่จะดํารงตําแหน่งได้จนกระทั่งถึงรองเลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม ในอนาคตของเจ้าพนักงานตํารวจศาล ที่เราคาดหวังคือการกระจายศูนย์กลางของการบริหารจัดการ ไปสู่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานของเจ้าพนักงานตํารวจศาลในแต่ละภาคขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทํางานของแต่ละภาคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม ยังได้กล่าวถึงผลงานหลักของตำรวจศาลที่ผ่านมามีบุกจับจำเลยตามหมายจับศาลหลายรายแต่ไม่ได้เป็นข่าว ซึ่งสถิติสรุปผลการติดตามจับกุมหมายจับของศาลโดยตำรวจศาล ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2564-31 ธ.ค. 2568 ตำรวจศาล หรือประมาณ 4 ปี ตำรวจศาลจับกุมผู้ต้องหาและจำเลยตามหมายจับของศาลได้ถึง 22,172 หมาย เฉพาะเมื่อปี 2568 ปีเดียว เจ้าพนักงานตํารวจศาลสามารถดำเนินการตามหมายจับดังกล่าวได้ถึง 5,133 หมาย ถือเป็นผลงานที่ดี ทําให้กระบวนการยุติธรรมสามารถจะเดินไปด้วยฝีมือของเจ้าพนักงานตํารวจศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม.



