เมื่อวันที่ 14 ม.ค. สำนักงาน ปปง. โดยส่วนประชาสัมพันธ์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 69 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้
ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 16 คดี ทรัพย์สิน 974 รายการ พร้อมดอกผลมูลค่าประมาณ 252 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการพนันฯ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
1.คดีนายสิทธิพงษ์ กับพวก กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน 7 รายการ เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.16/2569)

2.คดีพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ นายอลงกต กับพวก กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ มีพฤติการณ์กระทำความผิดร่วมกับนายเสกสันน์ หรือ หมอบี ซึ่งแสดงตนเป็นตัวแทนของวัดในการรับบริจาคเงิน เปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ออกใบอนุโมทนาบัตรของวัด แต่ใช้เงินบริจาคบางส่วนเพื่อการส่วนตัว อันเป็นกรณีความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ และความผิดฐานฟอกเงิน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน 20 รายการ เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (คำสั่ง ย.6/2569)
3.คดี น.ส.สุพิชฌาย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงกับกรณีพฤติการณ์กระทำความผิดของนายธนวันต์ หรือ หมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 369 รายการ เช่น เครื่องประดับ วัตถุมงคล สินค้าแบรนด์แนม ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 124 ล้านบาท (คำสั่ง ย.7/2569)
4.คดีนายฉัตรชัย กับพวก พฤติการณ์ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้วิธีการถ่ายทอดสด (live) ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ แบ่งกลุ่มย่อยเป็น 2 ห้องสนทนา ห้องแรกใช้สำหรับผู้เล่นพนันเข้ามาดูการถ่ายทอดสดและเล่นพนันออนไลน์ และอีกห้องใช้สำหรับข้อมูลฝากและถอนเงิน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 396 รายการ เช่น เงินสด ยานพาหนะ ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 47 ล้านบาท (คำสั่ง ย.1/2569)
5.คดีกลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ autowin888 กรณี น.ส.ภัทชา กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 56 รายการ เช่น เงินสด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.14/2569)

6.คดีกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรณีนายวสุพล กับพวก ชักชวนลงทุนโปรโมตภาพเพื่อรับผลตอบแทน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 9 รายการ เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท (คำสั่ง ย.15/2569)
นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ยังได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 คดี เป็นทรัพย์สินกว่า 492 รายการ มูลค่าประมาณ 769 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
1.คดีพระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม) กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง กับพวก มีพฤติการณ์ทุจริตเบียดบังเงินของวัดเป็นของตนเอง โอนเงินไปยังผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ และนำไปซื้อทรัพย์สินจำนวนมาก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 205 รายการ เช่น ที่ดิน ยานพาหนะ เครื่องประดับ วัตถุมงคล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.279/2568)

2.คดีกลุ่มบุคคลที่ใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน รายนายทวีศักดิ์ กับพวก หลอกลวงผู้เสียหายเชื่อมโยงกันหลายคดี มีข้อมูลเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบุคคลสัญชาติจีนที่ถือหนังสือเดินทางกัมพูชา รวมถึงมีธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงกับนายพัด สุภาภา หรือ ลี ยงพัด กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท (คำสั่ง ย.270/2568)
3.คดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ www.888point.com ราย น.ส.มนทกานติ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 161 ล้านบาท (คำสั่ง ย.282/2568)

4.คดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ www.gimi888.com และเว็บไซต์อื่น ๆ รายนายชนนพัฒฐ์ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 69 รายการ เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568)
5.คดีกลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์หวยแบงค์.com ราย น.ส.นิภาวรรณ กับพวก กรณีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ และพบพฤติการณ์โอนเงิน ฝาก-ถอน เงินสดจำนวนมาก โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร มูลค่าประมาณ 28 ล้านบาท (คำสั่ง ย.273/2568)
6.คดีนายณัฐวัชต์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายการ เช่น เงินสด ทองคำแท่ง และยานพาหนะ มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท (คำสั่ง ย.276/2568)
ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. ยังได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน หรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 คดี ทรัพย์สิน 179 รายการ มูลค่าประมาณ 127 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

1.คดีนายสุรเชษฐ์ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน หรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 58 รายการ มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท (คำสั่งย.220/2568)
2.คดีนายยงยุทธ กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน หรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 13 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท (คำสั่ง ย.221/2568)
3.คดีกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมไฮบริดสแกมข้ามชาติ ราย น.ส.วาสนา กับพวก เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน หรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายเพิ่มเติม จำนวน 1 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 1 รายการ มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท (คำสั่ง ย.92/2567)
อนึ่ง การประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมดังกล่าว เป็นการประชุมตามรอบเดือนที่กำหนดนัดหมายไว้ล่วงหน้า เพื่อพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 34 โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาดำเนินการตามกรอบกฎหมายและพยานหลักฐานที่ปรากฏด้วยความรอบคอบ โดยมุ่งหมายที่จะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน.



