ถูกสนใจหนักมากสำหรับเรื่องราวของดาราและอดีตนักการเมืองสาวรุ่นใหม่ หมิว-สิริลภัส กองตระการ ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมายอมรับว่าแม่ตนเองถูกสแกมเมอร์หลอกจนสูญเสียและคิดสั้น ก่อนที่เธอจะสู้สุดตัว ขอเดินหน้าทำงานเพื่อช่วยแม่ โดยล่าสุดสาวหมิวออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องนี้ โดยเล่าย้อนเรื่องราวโดนหลอกว่า
หมิว เผยว่า “เรื่องสแกมเมอร์ประสานทางสถานีตำรวจ เส้นเงินตามได้ไหม บอกเลยว่าหวังได้ยาก จริงๆ ได้เห็นแล้วว่าบัญชีม้าคือใครบ้าง เส้นเงินไปทางไหนบ้าง เพราะเส้นเงินมันไปเร็วมาก ตอนนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา เราเลยคิดว่าตัดไปดีกว่า หางานใหม่ดีกว่า มูลค่าความเสียหายประมาณ 1 ล้าน 2 แสน 6 หมื่นบาท กลมๆ นะคะ ตอนสุดท้ายเนี่ย เขาไม่มีเงินโอนไปเติมแล้ว ถ้าย้อนกลับไปคือที่แม่โดนหลอก คือตอนแรกเลยแม่ได้โพสต์ขายคาร์ซีท แล้วมีคนทักมา มันก็เลยส่งไปอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นเซอร์วิสเซ็นเตอร์ ทางนั้นก็จะบอกเลยว่าให้ทำแบบนี้ๆ พอเราโอนไปหมด มันจะมียอดเงินในนั้น พอเราจะถอนออก เขาจะบอกว่าเราทำกระบวนการผิด ทำให้ร้านเสียหาย เราต้องโอนเงินเพิ่มเข้าไปเพื่อซ่อมแซมร้านค้าถึงเอาเงินที่อยู่ในร้านค้าถอนมาได้”

“ถ้าหมิวนับที่แม่โอนก็ 11-12 รอบ ก็ไม่รู้ทำยังไงแล้ว ลนลานไปหมดแล้ว คือมันใช้จิตวิทยาที่ต้องทำ 10-20 นาที ไม่งั้นบัญชีจะอายัดและมันก็แปะหมายมาด้วยนะ แม่ไม่ได้มาปรึกษาเรา เพราะคิดว่าจัดการได้ พอมาถึงจุดที่ไม่มีเงินตามได้แล้ว ก็ไม่รู้จะทำยังไง แม่โดนหลอกอยู่ 4 วันค่ะ พอเรามารู้เรื่องแม่ด้วย พอเราเห็นแม่ไม่มีสติ พูดไม่รู้เลย ใจคนเป็นลูกมันแค้นมาก คือเงินเก็บทั้งหมด เป็นเงินเก็บที่หมิวส่งให้เขาทุกเดือนๆ ทรัพย์สินก็หายไปหมด เพราะเอาเงินมาฝากไว้”
หมิว เล่าต่อว่า “มันทำเป็นกระบวนการเลย หลายคนยังพูดว่าขนาดแม่ สส. ยังเจอเลย คืออยากจะบอกว่าไม่ว่าใครก็โดนได้ค่ะ บางคนหมดมากกว่านี้อีก ในกรุ๊ปไลน์มีหน้าม้า 2 แอดมิน 2 และแม่หมิวอีก 1 มีหลายกรุ๊ป ตอนนี้กรุ๊ปไลน์ยังอยู่ มันแอคทีฟอยู่เลย มิจฉาชีพเขารู้ตัวแหละ แต่ตามจับตัวเขาไม่ได้ ถามว่าจี๊ดไหมคำนี้ (ยิ้ม) มันเหมือนคนที่ไม่ชอบเขาอยู่ข้างหน้าแต่เราจัดการเขาไม่ได้ค่ะ และคนที่อยู่ข้างหน้ามันไม่ใช่ตัวการใหญ่ คืออันนี้มันเป็นบัญชีตัวเล็กตัวน้อย ถึงเราไปเอาเรื่องไป เขาก็ไม่มีอะไรมาใช้ บัญชีที่แม่โอนไปเป็นบัญชีม้า ตอนแรกมี 4 บัญชี แถวสองไม่แน่ ประมาณ 2-3 ค่ะ และอีก 2 บัญชีสุดท้าย เห็นหน้าหมดแล้ว แต่ทางตำรวจออกหมายเรียกไป และมีบัญชีม้าท่านหนึ่งมารายงานตัว เขาแค่นักท่องเที่ยวจีนมีการฝากเงินไว้หน่อยแล้วเขาจะโอนออก และสุดท้ายเขาไม่มีทรัพย์สินอะไรมาชดใช้ได้ มันเป็นกระบวนการเลย”

“หมิวแจ้งความไว้เป็นอุทาหรณ์ เป็นตัวอย่าง หลายคนบอกว่าสมัยก่อนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหาคนรักที่เขาจะใช้หลอกกัน แต่หลายคนมาหลอกเยอะขึ้น ยิ่งผู้สูงอายุเล่นเฟซบุ๊กมากขึ้น ที่เราอยากแชร์เพราะมันเป็นกลเม็ดใหม่ๆ แล้ว อย่างน้อยก็หวังเล็กๆ เพราะอันนี้คือเงินเก็บเขาทั้งชีวิตเลยนะ หายวับไปกับตา แต่สุดท้ายถ้าเรายังไปโฟกัสกับตรงนั้น เราจะไม่มีพลังมาทำงาน เลยรู้สึกว่า เราวางเป็นอันดับ 2 ก่อน ตอนนี้เราอยากทำงานก่อน เพื่อเอามาชดเชยในสิ่งที่มันสูญไปมากกว่า ที่แม่คิดสั้นเพราะเขาไม่เหลืออะไรเลย เพราะปัญหานี้หนักมาก เขาไปนั่งร้านอาหาร และเขียนจดหมายไว้แล้วเพื่อลา แล้วก็จะเดินไปที่สะพานนวลฉวี สะพานแถวบ้านแล้วจะไปจบปัญหาตรงนั้น พอได้ยินแล้วมันช่วยอะไรไม่ได้เลย แม่หมิวเป็นซึมเศร้า หมิวเองก็เป็น เรารับมือได้ แต่ไม่รู้แม่รับมือได้ไหม เขาคงมีช่วงเวลาแวบหนึ่งไม่อยากเป็นภาระใคร แต่โชคดีที่หมิวรีบกลับบ้านแล้วมาคุยกัน ค่อยๆ แก้ปัญหาให้จบก่อน ตอนนี้ค่อนข้างรุมเร้ามาหลายเรื่อง เพิ่งทราบอาการป่วยพ่อที่ตรวจเจอเนื้อร้าย และเราเองก็ไม่ได้แข็งแรง ตอนนี้เป็นหินก้อนใหญ่ที่ต้องผ่านไปให้ได้ เราไม่คิดว่าจะเจอมาตูมเดียวแบบนี้ มันต้องฮึบและไปต่อ สมมุติวันนี้หมิวล้มคนหนึ่งจะไม่มีใครที่บ้านแล้ว ในโชคร้ายยังมีโชคดี หมิวมีผู้จัดการที่ไม่เคยทิ้งหมิวเลย เราไม่มีงานอยู่ช่วงหนึ่ง ก็ช่วยกันมา พอเขารู้ว่าหมิวไม่ได้ผู้แทนราษฎรแล้ว เขาก็บอกว่าจะช่วยให้มีงานให้ได้ มีผู้ใหญ่ใจดีหลายคนติดต่อมาที่ให้ทำงานค่ะ”




