สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า แผนการประหารชีวิตหมู่กับผู้ประท้วงในอิหร่าน “ไม่เกิดขึ้นแล้ว” แต่สหรัฐจะยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังคงพิจารณามาตรการตอบโต้ทั้งหมด รวมถึงการใช้มาตรการทางทหาร เนื่องจากเดิมทีอิหร่านมีแผนประหารชีวิตผู้ประท้วงที่ถูกจับกุมได้ “จำนวนมาก”

ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น หลังนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า “ยังไม่มีการแขวนคอผู้ประท้วง” และประณามอิสราเอล เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงภายในประเทศ ซึ่งเป็นการประท้วงที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว “หลายพันราย” ตามการประเมินของหน่วยงานสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ซึ่งตอนนี้ระบุไว้ที่ “สูงสุดมากกว่า 6,000 ราย”


ขณะเดียวกัน อารักชียืนยัน ว่ารัฐบาลอิหร่านสามารถ “ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ” และบรรยากาศเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบแล้ว หลังเกิด “ปฏิบัติการก่อการร้าย”


อนึ่ง การประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านในครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติเมื่อปี 2522 โดยเริ่มจากปัญหาค่าครองชีพ ก่อนจะลุกลามเป็นความพยายามล้มล้างระบอบการปกครองแบบเทวาธิปไตยของอิหร่าน ซึ่งปกครองโดยผู้นำสูงสุดทางศาสนา.

เครดิตภาพ : AFP