สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า แผนการประหารชีวิตหมู่กับผู้ประท้วงในอิหร่าน “ไม่เกิดขึ้นแล้ว” แต่สหรัฐจะยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังคงพิจารณามาตรการตอบโต้ทั้งหมด รวมถึงการใช้มาตรการทางทหาร เนื่องจากเดิมทีอิหร่านมีแผนประหารชีวิตผู้ประท้วงที่ถูกจับกุมได้ “จำนวนมาก”
ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น หลังนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า “ยังไม่มีการแขวนคอผู้ประท้วง” และประณามอิสราเอล เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงภายในประเทศ ซึ่งเป็นการประท้วงที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว “หลายพันราย” ตามการประเมินของหน่วยงานสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ซึ่งตอนนี้ระบุไว้ที่ “สูงสุดมากกว่า 6,000 ราย”
.@POTUS: "We were told that the killing in Iran is stopping… and there's no plans for executions — an execution or executions. I've been told that on good authority. We'll find out about it." pic.twitter.com/jhv1Mg31Kr
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) January 14, 2026
ขณะเดียวกัน อารักชียืนยัน ว่ารัฐบาลอิหร่านสามารถ “ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ” และบรรยากาศเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบแล้ว หลังเกิด “ปฏิบัติการก่อการร้าย”
อนึ่ง การประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านในครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติเมื่อปี 2522 โดยเริ่มจากปัญหาค่าครองชีพ ก่อนจะลุกลามเป็นความพยายามล้มล้างระบอบการปกครองแบบเทวาธิปไตยของอิหร่าน ซึ่งปกครองโดยผู้นำสูงสุดทางศาสนา.
เครดิตภาพ : AFP



