สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรีย เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงมีพระดำรัสขณะเสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง เพื่อเยือนแอลจีเรีย เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ วิพากษ์วิจารณ์พระองค์อย่างรุนแรง เนื่องจากไม่พอใจความเห็นของพระองค์ต่อประเด็นอิหร่าน ว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ขอเข้าร่วมการโต้เถียง สิ่งที่ข้าพเจ้าพูดไม่ได้มีเจตนาเพื่อโจมตีใคร”
Pope Leo XIV:
— Clash Report (@clashreport) April 13, 2026
I have no fear of the Trump administration or speaking out loudly of the message of the Gospel, which is what I believe I am here to do, what the Church is here to do.
We are not politicians. We don’t deal with foreign policy with the same perspective he might… pic.twitter.com/yEHAAsg7GS
ขณะเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงมีพระดำรัสว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความเกรงกลัวต่อรัฐบาลทรัมป์ ข้าพเจ้าขอเชิญชวนทุกคนให้ร่วมกันมองหาหนทาง เพื่อสร้างสะพานแห่งสันติภาพและการประนีประนอม และพยายามหาทางหลีกเลี่ยงสงครามทุกครั้งเท่าที่จะเป็นไปได้”
.@POTUS: "I don't think he's doing a very good job. He likes crime, I guess… I'm not a big fan of Pope Leo. He's a very liberal person — and he's a man that doesn't believe in stopping crime." https://t.co/Aim0xeALzu pic.twitter.com/oUSJsmJBwU
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 13, 2026
นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระดำรัสว่า “ทรงอยู่ที่นี่เพื่อทำหน้าที่ป่าวประกาศสารแห่งพระวรสาร ข้าพเจ้าไม่ใช่นักการเมือง ข้าพเจ้าไม่ได้มองนโยบายต่างประเทศด้วยมุมมองเดียวกับที่เขา (ทรัมป์) เข้าใจ แต่ข้าพเจ้าเชื่อในสารแห่งพระวรสาร ในฐานะผู้สร้างสันติ”
ก่อนหน้านั้น บาทหลวงอันโตนิโอ สปาดาโร หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของวาติกัน กล่าวว่า ทรัมป์ไม่ได้กำลังถกเถียงกับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 แต่ผู้นำสหรัฐกำลังอ้อนวอน ให้พระองค์ทรงถอยกลับไปใช้ภาษาที่เขาสามารถครอบงำพระองค์ได้ ทว่าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงมีพระดำรัสด้วย “ภาษาแห่งจริยธรรม” ซึ่งเป็นภาษาที่ปฏิเสธจะถูกลดทอนลงให้เป็นเพียง “ภาษาการเมือง”.
เครดิตภาพ : AFP



