สืบเนื่องจาก “เดลีโฟกัส” เปิดประเด็นตามเกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ ล่าสุดกรมป่าไม้ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ บช.ก. สอบสวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนายทุน-เจ้าหน้าที่รัฐนอกรีต และเร่งดำเนินการเพิกถอน น.ส.3 ก.ที่ทับบนผืนป่า ล่าสุดชุดพยัคฆ์ไพร ลั่นไล่สอบขยายผล สาวไปให้ถึงขบวนการทั้งหมด คาดสัปดาห์หน้าจะชัดเจน ประเดิมเช็กบิลใครได้บ้าง ล่าสุดอายัดไม้ซุงกว่า 40 ท่อน ซุกอยู่ในบ่อน้ำใหญ่ห่างจากเขาปากเตรียมไม่ไกล
จ่อฟันขบวนการฮุบป่าเขาปากเตรียม! ยึดไม้ซุงขยายผลรายแรก โยงนายทุนรุกที่หนองใหญ่

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลางรายงานว่า ภายหลังจาก นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ร่วมกับ ตำรวจ ปทส. ขยายผลไปตรวจยึดไม้ซุงขนาดใหญ่ รวม 42 ท่อน อยู่ภายในบ่อน้ำ ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.กำพวน ใกล้กับพื้นที่เขาปากเตรียม ถึงแม้จะมีผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของไม้โดยยืนยันว่า ตัดโค่นมาจากที่ดินเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. อย่างไรก็ดี ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) และตำรวจ กก.5 บก.ปทส. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสุขสำราญ ได้ทำการตรวจอายัดไม้แล้วทั้งหมดรวม 42 ท่อนไว้แล้ว


สำหรับไม้ซุงทั้งหมด 42 ท่อน มีขนาดใหญ่ ถูกซอยตัดหลายขนาด ทั้งท่อน 4 เมตร 6 เมตร และ 8 เมตร มีเส้นรอบวง ประมาณ 2 เมตร รวมปริมาตร กว่า 70 ลบ.ม. เป็นไม้หวงห้าม อาทิ ตะเคียนทราย ตะเคียนทอง ชาเรียน นาคบุตร และยางนา โดยขนาดไม้ที่ถูกตัดทอนให้สั้นตามขนาดต้องการ สามารถเคลื่อนย้ายง่ายยกใส่รถบรรทุกสิบล้อ คลุมด้วยผ้าใบ ก็ส่งเข้าโรงไม้เลื่อยทำการแปรรูปได้ทันที ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายไม้ที่ตรวจยึดอายัดทั้งหมดไปทำการบันทึกตรวจยึด แล้วไปเก็บรักษาไว้ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ โดยจัดกำลัง อส.ฝ่ายปกครอง ร่วมกับ จนท.ป่าไม้ และตร.ปทส. สลับผลัดเปลี่ยนดูแล ระหว่างรอหลักฐานของผู้อ้างตัวเป็นเจ้าของมาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างละเอียด


ทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง ได้รับรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า “กลุ่มนายทุนใหญ่” ที่เกี่ยวโยงเข้าไปกว้านซื้อ น.ส. 3 ก. บริเวณเขาปากเตรียม จ.ระนอง คาดว่าเป็นกลุ่มทุนเดียวกันที่เคยไปถือครองที่ดิน อ้างเอกสาร น.ส.3 ก. บริเวณหนองใหญ่ ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันใจกลางเมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการพัฒนาแก้มลิงหนองใหญ่ในพระราชดำริฯ นายชุมพล องอาจ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับทีมข่าวว่า ตนในฐานะผู้ที่เคยเป็นอดีตแกนนำ “กลุ่มรักบ้านพ่อ” ได้ร่วมต่อสู้กับชาวบ้านในการคัดค้านการออกเอกสารสิทธิตั้งแต่ปี 2560 ร้องเรียนเรื่องไปถึง ผบ.มทบ.ที่ 44 ซึ่งตอนนั้นทางกลุ่มทุนพยายามเสนอเงินก้อนใหญ่เพื่อให้ชาวบ้านหยุดการคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ ชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวต่อสู้ จนสามารถนำไปสู่การเพิกถอนเอกสาร น.ส.3 ก. กลับคืนมาเป็นที่สาธารณะได้

สำหรับชุดเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ กอ.รมน.ภาค 4 สมัยนั้น ปี 2560 นำโดย พ.ท.ดุสิต เกษรแก้ว (ตำแหน่งขณะนั้น) เป็นหัวหน้าชุด นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพถ่ายทางอากาศ ลงพื้นที่ตรวจสอบนาน 4 เดือน รวบรวมหลักฐาน และขึ้นรูปพิกัดแผนที่จนได้ขอบเขตชัดเจน พบว่า พื้นที่บุกรุกออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. จำนวน 27 แปลง กว่า 700 ไร่ ของกลุ่มทุน อยู่ในบริเวณย่านหนองสะบ้า เป็นส่วนหนึ่งของหนองน้ำสาธารณประโยชน์ทุ่งหนองใหญ่ ที่มีพื้นที่อยู่ประมาณ 1,900 ไร่ จึงนำหลักฐานเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 60 และมีมติเห็นควรให้กรมที่ดิน เพิกถอนเอกสารสิทธิ จำนวน 27 แปลง ต่อมา 25 ต.ค. 60 อธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนที่ดินทั้งหมด

ต่อมาหลังจากกรมที่ดินสั่งเพิกถอน น.ส.3 ก. ทำให้กลุ่มทุน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กรมที่ดิน, นายอำเภอเมืองชุมพร, เทศบาลตำบลบางลึก, อธิบดีกรมที่ดิน และ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นจำเลย ในคดีละเมิดที่ดินต่อศาล ต่อมา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายกฟ้อง ต่อสู้กันนานหลายปี แม้ว่าจะยื่นฎีกา แต่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกา คดีนี้จึงเป็นอันสิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2568 ทำให้การเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. ทั้ง 27 ฉบับ กว่า 700 ไร่ มีผลทางกฎหมาย ปัจจุบัน อยู่ระหว่างที่ดินจังหวัดชุมพร เดินรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญแสดงที่หลวง กระทั่งมีเหตุการณ์บุกรุกพื้นที่ภูเขาปากเตรียม จ.ระนอง คณะทำงานในอดีตจึงได้แจ้งเบาะแสสื่อให้ทราบถึงข้อมูลดังกล่าว.




